ผู้ผลิตผลไม้โอดเอฟทีเอฉุดส่งออกชะลอ

จี้รัฐผ่อนคลายระเบียบส่งออก ส.ว.ระบุไทยกำหนดมาตรฐานส่งออกสูง เกินความจำเป็นและความต้องการของประเทศผู้นำเข้า
ผู้ผลิตผลไม้โอดเอฟทีเอฉุดส่งออกชะลอ

ผู้ส่งออกผัก-ผลไม้ จี้ รัฐผ่อนคลายกฎระเบียบส่งออก พบขั้นตอนการตรวจสอบยุ่งยากเกินมาตรฐาน ส่งผลยอดส่งออกลดวูบ ชี้ เงื่อนไขเปิดเสรีเอฟทีเอ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การส่งออกจริง

นายเกียรติศักดิ์ ตั้งเจริญสุทธิชัย ผู้จัดการบริษัทไทฮงผลไม้ จำกัด เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง"อนาคตพืชสวนไทย สดใสแน่หรือ" ว่า ผลไม้ไทยเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศมาก โดยบริษัทนั้นมีการส่งออกทั้งตลาดจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ ที่ผ่านมามีความคล่องตัวมาก แต่หลังจากเปิดเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอขึ้น กลับชะงักหมดทุกอย่าง เพราะเงื่อนไขการส่งออกตามข้อตกลงของเอฟทีเอนั้น ไม่สอดคล้องกับภาวะที่เป็นจริง

โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจสอบสารเคมี และ การขอใบรับรองโรคแมลงในประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากถึง 3,000 บาทต่อตู้ แต่ผู้ส่งออกพร้อมจ่าย 10,000 บาทต่อตู้ เพียงแต่ขอให้รัฐเข้าไปตรวจสอบ ถึงสวนของเกษตรกร พร้อมให้ความรู้การทำการเกษตรที่ถูกต้อง และการใช้สารเคมี

"การส่งออกของบริษัทในปีนี้ลดลงไปมาก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกในรุ่นต่อไป มีความลำบาก และต้องมานั่งใช้หนี้ที่รุ่นพ่อทำเอาไว้ ลำบากมาก หากเป็นไปได้ น่าจะยกเลิกกฎระเบียบทั้งหมด และหันไปใช้ระบบเดิม เพราะถึงอย่างไร พ่อค้าสามารถผลักดันให้มีการส่งออกได้เองอยู่แล้ว " นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวต่อว่า การผลักดันส่งออกรัฐควรศึกษา ภาวะการผลิตสินค้าเกษตรภายใน ให้สอดคล้องกับตลาด ที่ผ่านมาเจาะตลาดจีนช่วงหน้าร้อน เน่าเสียง่าย แต่ช่วงฤดูหนาวตลาดจีน มีความต้องการสูงกว่าเดือนพ.ค.ในอัตรา 80% แต่ผลไม้ไทยกลับไม่มีจำหน่าย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องในประเทศ มากกว่าต่างประเทศ หากรัฐต้องการแก้ไข ควรลดกฎระเบียบบางอย่างดีกว่า หลังจากนั้นพ่อค้าจะผลักดันส่งออกเอง

นางซิงชิง ทองดี นายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า จากการหารือกับผู้ส่งออกและเกษตรกร นั้นพบว่าการเปิดเอฟทีเอของรัฐบาลเป็นอุปสรรค กับการค้าสินค้าเกษตรมาก โดยผู้ส่งออกได้ร้องเรียนให้แก้ไข แต่ไม่ได้รับการพิจารณา เพราะเอฟทีเอได้ลงนามสัญญาไปแล้ว ดังนั้น รัฐบาลควรจะหาแนวทางแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้น ให้ผู้ส่งออกได้ประโยชน์ แทนการบีบคั้นให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เข้มงวด สุดท้ายสินค้าถูกตีกลับ รัฐจึงควรให้ผู้ส่งออกมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้วย

นายนิวัติ พ้นชั่ว ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวว่า อนาคตพืชสวนไทย นั้นสดใสแน่ แต่จะเป็นในด้านการผลิตเท่านั้น เพราะเกษตรกรไทยมีความสามารถ ในการดูแลสวนเป็นอย่างดี แต่ในด้านการตลาดนั้น จากการเจรจาเอฟทีเอของไทย ที่ขาดฐานข้อมูลที่เป็นจริง ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรในปี 2547 มีปัญหามาตลอด

ผลไม้ของไทยที่ออกสู่ตลาด เริ่มตั้งแต่ ลองกอง เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลำไย ราคาตกต่ำหมดทุกอย่าง

นอกจากนี้การส่งออกมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องผ่านการรับรองโรคแมลง และสารเคมีตกค้าง ทำให้สินค้าตกค้างอยู่บริเวณด่านของไทย จากการหารือกับผู้นำเข้าจาก อียู และญี่ปุ่นได้ระบุว่า มาตรฐานสินค้าของไทยสูงมาก บางอย่างไม่จำเป็น รัฐบาลควรจะนำเรื่องนี้มาพิจารณา พร้อมผ่อนคลายขั้นตอนการส่งออกสินค้าบางตลาด ที่ไม่มีการร้องขอการรับรองจากรัฐ เพื่อให้การส่งออกคล่องตัวมากขึ้น

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด