เอฟทีเออินเดียคืบอีกขั้น ทำMRAรับมาตรฐานร่วม

ไทย-อินเดียวางกรอบข้อตกลงมาตรฐานร่วม หรือ MRA คาด 1-2 เดือนสินค้าไทยและอินเดียผ่านเข้าออกอย่างสะดวก นำร่องสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม 82 รายการ ตามด้วย 108 รายการในสินค้าภายใต้ข้อตกลงกลุ่ม 2

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำรายการสินค้าเกษตร พร้อมทั้งหารือร่วมกับสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ศึกษาสินค้าอุตสาหกรรม ที่มีความพร้อมทำข้อตกลงยอมรับมาตรฐานร่วมกัน (MRA: MUTUAL RECOGNITION AGREEMENTS) ภายใต้ข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรีไทย - อินเดีย เพื่อลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกทางการค้าร่วมกันหลังจากที่ทำเอฟทีไปแล้ว

" ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ศึกษารายการสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าของทั้งสองประเทศซึ่งค่อนข้างแตกต่าง จึงต้องเลือกสินค้าที่สามารถเปิดให้มีการผ่านเข้า-ออกจุดผ่านแดนได้ทั้งจากไทยไปอินเดีย และจากอินเดียมาไทย อีกทั้งยังต้องหารือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความพร้อมในการทำเอ็มอาร์เอ เพื่อเลือกสินค้าที่มีความพร้อมและได้ประโยชน์กับไทยมากที่สุด " นายปานปรีย์ กล่าว

ในส่วนของสินค้าเกษตรจะเริ่มจากสินค้าใน 82 รายการเพื่อจัดลดภาษีก่อนกำหนด (Early Harvest) ก่อน แล้วจึงต่อด้วยอีก 108 รายการที่จะเปิดเอฟทีต่อไป ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมอาจเดินหน้าได้ก่อนเนื่องจากเริ่มศึกษามาก่อนสินค้าเกษตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน

ที่ผ่านมาการนำเข้าสินค้าเกษตรภายใต้ EHS ทั้งสองฝ่ายเห็นควรจัดตั้งคณะทำงานความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัย โดยอินเดียได้อธิบายขั้นตอนระเบียบปฏิบัติในเรื่อง Plant Quarantine Order 2003 ที่จะต้องมีการจัดทำ Pest Risk Analysis (PRA) สำหรับรายการสินค้าที่นำเข้า ซึ่งไทยได้ขอให้อินเดียเร่งจัดทำ PRA สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่อยู่ภายใต้ Early Harvest Scheme คือ มังคุด ทุเรียน เงาะ ลำไย ซึ่งรับไปดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์

สำหรับการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ในรอบที่สอง ต่อจากสินค้า 82 รายการนั้น จะมีการหารือในวันที่ 8 ธันวาคม 2547 ซึ่งทางฝ่ายคณะเจรจาของไทยได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านข้อมูลรายการสินค้าแล้ว ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้ยื่นรายการสินค้าอ่อนไหวทั้งสิ้น 346 รายการ โดยมีเหล็กอยู่ในรายการสินค้าอ่อนไหวถึง 50% จากรายการสินค้าทั้งสิ้น 5,600 รายการ ด้านการทำเอ็มอาร์เอก็มีอยู่ในการเจรจาแต่ไม่ใช่ประเด็นหลักเนื่องจากต้องรอให้มีความพร้อมอย่างจริงจัง

ส่วนการค้าระหว่างไทยกับอินเดียหลังจากเปิดเขตการค้าเสรีนำร่องไป 82 รายการ มูลค่าการส่งออกตั้งแต่เดือน ม.ค.2547 ถึง ก.ย.2547 มีมูลค่า 759 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปีที่ผ่านมาถึง 122% ส่วนมูลค่าการส่งออกทุกรายการสินค้าไทยไปอินเดียในปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตจากปีที่ผ่านมา 25%

ทั้งนี้ในรายการสินค้าทั้ง 82 รายการที่เปิดเอฟทีเอ ไทยได้ดุลการค้ามูลค่า 619 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หารวมมูลค่าการส่งออกของทั้งสองประเทศ ไทยยังขาดดุลการค้าจากอินเดีย 1,825 บาท

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด