'ไทย-สิงคโปร์'เห็นพ้อง เร่งเป้าเปิดเสรีอาเซียน

เวทีซัมมิตไฟเขียว เปลี่ยนรูปแบบประชุมอาเซียน+3 เป็นการประชุมสุดยอดเอเชียตอ.
เวียงจันทน์ - เปิดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวันแรก ทุกฝ่ายเห็นพ้องเปลี่ยนรูปแบบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวกสามในปัจจุบันที่เชิญผู้นำจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้าร่วมการประชุม เป็นการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) และให้มาเลเซียประเดิมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมปีหน้า
การประชุมสุดยอดผู้นำอีเอเอสที่มาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพเป็นการประชุม 2 ปีครั้ง กำหนดเจ้าภาพการประชุมครั้งที่ 2 ในปี 2550 ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ซึ่งรายละเอียดในการประชุมจะนำเข้าหารือในระดับกระทรวงต่างประเทศของแต่ละประเทศต่อไป
การเปลี่ยนรูปแบบการประชุมสุดยอดดังกล่าว เป็นข้อเสนอจากดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย ซึ่งอินโดนีเซียแสดงความเป็นห่วงว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวน่าจะขยายขอบเขตความร่วมมือไปยังประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือเอเชียใต้อย่างอินเดีย แต่แนวทางดังกล่าวมาเลเซียไม่เห็นด้วย เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับออสเตรเลียไม่ราบรื่นนัก
ทั้งนี้ ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ชาติ ได้หารือกันในประเด็นหลักๆ คือ การเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และสร้างเขตการค้าเสรี อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่จะเปลี่ยนภูมิภาคนี้ให้เป็นตลาดที่มีความเป็นเอกภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างกลุ่มระดับภูมิภาคอันทรงอิทธิพล ที่สามารถแข่งขันกับสหรัฐและยุโรปได้ ตลอดจนผลักดันให้เกิดตลาดเงินสกุลเดียวเหมือนของยุโรปที่มีเงินสกุลยูโร
เป็นที่คาดกันว่า ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน จะร่วมลงนามข้อตกลงประมาณ 20 ฉบับ ซึ่งฉบับหนึ่งที่สำคัญที่สุดจะเป็นข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับจีนที่จะปูทางสู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่สุดของโลก ที่มีประชากรรวมเกือบ 2000 ล้านคน ภายในสิ้นทศวรรษนี้
ไทย-สิงคโปร์เห็นพ้องร่นเป้าเปิดเสรีการค้า
นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับความตกลงที่จะรวมอาเซียน ด้วยการเป็นเขตการค้าเสรี ว่า ไทยมีเป้าหมายสอดคล้องกับสิงคโปร์ที่เห็นว่าเป้าหมายในปี 2020 ไกลเกินไป ควรจะปรับให้ใกล้ขึ้น
?นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ปัจจุบันไทยมีความร่วมมือเขตการค้าเสรีกับจีนและอินเดียแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และทำให้ภาพของอาเซียนสามารถเข้ามาใกล้การเปิดเสรีการค้ายิ่งขึ้น? นายจักรภพ กล่าว
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เสนอความเห็นในที่ประชุมผู้นำอาเซียนว่า เป้าหมายการรวมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว ในปี 2020 เป็นเรื่องที่ไกลเกินไป สิงคโปร์ต้องการจะเห็นการรวมกลุ่มในลักษณะที่มีการผสมกลมกลืนกัน ไม่เกินปี 2012-2015 และระหว่างนี้ควรใช้กลไกต่างๆ เพื่อจะให้เกิดการรวมกลุ่มในอาเซียนมากขึ้น และพอใจในการริเริ่มของไทย เรื่อง 2 plus x คือ การที่ 2 ประเทศในอาเซียนร่วมมือกันก่อน และใครที่สนใจก็มาเป็นประเทศที่ 3 โดยรับเงื่อนไขของ 2 ประเทศแรก โดยไม่ต้องมีการเจรจากัน
6ชาติยกเลิกภาษีสินค้า 11 รายการ
6 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ลงนามข้อตกลงยกเลิกกำแพงภาษีสินค้าหลัก 11 รายการ โดยเนื้อหาในข้อตกลงฉบับนี้ ระบุว่า ทุกประเทศจะลดภาษีศุลกากรสินค้าในหมวดอุตสาหกรรม 11 ชนิด ทั้งรถยนต์ สิ่งทอและเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ให้เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2550 ขณะที่สมาชิกอีก 4 ชาติ ประกอบด้วยกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม จะใช้เวลาจนถึงปี 2555
ข้อตกลงนี้ ทำให้ความพยายามในการสร้างระบบตลาดเดียวในภูมิภาคเหมือนที่สหภาพยุโรป (อียู) นำมาใช้ในกลุ่มชาติสมาชิกใกล้เข้าไปอีกขั้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ยังรับรองข้อตกลงตั้งองค์กรอิสระตามแบบอย่างขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาททางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
ไทย-จีนมั่นใจการค้าทะลุ3หมื่นล.ดอลล์ปี53
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับนายเวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน ที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 10 โดยได้หารือระดับทวิภาคีร่วมกัน ซึ่งมีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ต่างประเทศ นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ เข้าร่วมด้วย
นายกฯ จีน ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ใน 5 สาขาสำคัญ ที่ทั้ง 2 ประเทศเคยหารือร่วมกันมาก่อน โดยในด้านการค้าไทยและจีนปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เป็น 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่า จะบรรลุเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าให้ได้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2553
สำหรับด้านการเกษตร จีนยินดีให้ความร่วมมือด้านเทคนิคและวิชาการในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพ ทั้งในรูปแบบวิธีการ และช่องทางพิเศษ รวมถึงการตรวจสินค้าล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้ยอดการค้าของทั้ง 2 ประเทศเพิ่มสูงขึ้น ในด้านคมนาคมตามลุ่มน้ำโขง ซึ่งทางการจีนทราบว่า ไทยจะเสนอแผนงานที่เป็นรูปธรรมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยจะเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อเศรษฐกิจการค้า และการพัฒนาความร่วมมือในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง
ส่วนด้านพลังงาน จีนให้ความสำคัญอย่างสูงต่อโครงการ Strategy Energy Landbridge โดยคณะกรรมการวางแผนของจีนกำลังพิจารณาข้อเสนอของไทย และยินดีร่วมมือกับไทย ในการวิจัยพลังงานทดแทน และพลังงานชีวภาพ และด้านการใช้สินค้าเกษตรแลกสินค้า เช่น การใช้ลำไยแห้งแลกเครื่องบินจากจีน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาประสานงานกันต่อไป และการเปิดเขตการค้าเสรี จะทำให้มูลค่าการค้าผักและผลไม้ของทั้ง 2 ประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยคนจีนสามารถซื้อทุเรียนในกรุงปักกิ่งได้ทุกแห่ง
ในโอกาสนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวสนับสนุนและยกประเด็น ความร่วมมือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงและเส้นทางระหว่างเชียงราย-ห้วยทราย ซึ่งเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่ายระหว่างไทย จีน และลาว ขึ้นมาหารือ โดยไทยขอให้จีนร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้
ขณะนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ลาวเช่นกัน และนายกฯ จีน ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ของไทย ว่าจีนต้องการให้ไทยแก้ไขเหตุการณ์ให้ลุล่วงโดยเร็ว และจีนมีความเข้าใจในมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลไทยดำเนินการ เพื่อสร้างความมั่นคงภายในของไทยเป็นหลัก และเชื่อมั่นว่า ไทยจะแก้ปัญหาได้ด้วยความเรียบร้อย
สำหรับความร่วมมือในระดับพหุภาคี จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GMS Summit ที่คุนหมิง ในเดือนก.ค.2548 โดยจะมีหัวข้อการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือที่สำคัญ เช่น ด้านคมนาคม พลังงาน โทรคมนาคม สิ่งแวดล้อม การเกษตร การค้า และ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้เชิญนายกฯ จีน ร่วมเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ในโอกาสที่นายกฯ จีน จะเดินทางมาเยือนไทยในครั้งต่อไป
ร่วมลงนามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์
ผู้นำอาเซียนได้ลงนามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ เพื่อสร้างประชาคมอาเซียนในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวันแรก
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์เป็นแผนระยะยาว 6 ปีที่จัดทำขึ้นมาเพื่อสร้างประชาคมอาเซียนให้ได้ในปี 2563 โดยแผนปฏิบัติการจะครอบคลุมการยกระดับและการขยายขอบเขตความร่วมมือการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งลดช่องว่างด้านการพัฒนาในหมู่ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศที่มีการพัฒนาล้าหลังที่สุด
ผู้นำอาเซียนประกาศสงครามการค้ามนุษย์
บรรดาผู้นำอาเซียน ประกาศจะทำสงครามกวาดล้างการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้าผู้หญิงและเด็ก รวมถึงจะแก้ปัญหาที่มักถูกมองข้ามอื่นๆ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว
ทั้งนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดขึ้นตามแนวชายแดน และเพิ่มขีดความร่วมมือกันเพื่อทลายเครือข่ายแก๊งค้ามนุษย์ และยังจะเพิ่มโทษตามกฎหมายในฐานความผิดค้ามนุษย์ของแต่ละประเทศ ทั้งยังเพิ่มการให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายให้มากขึ้น รวมถึงจะเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นต้นตอของการค้ามนุษย์ในระยะยาวด้วย
การค้ามนุษย์กลายเป็นธุรกิจมืดที่แพร่หลายในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยมีปัญหาความยากจนและการสู้รบในพื้นที่เป็นตัวผลักดันให้คนหลายแสน ต้องอพยพออกจากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า แต่บางคนก็ถูกบังคับให้เข้าสู่วงจรขายบริการทางเพศ หรือการใช้แรงงานหนักที่โหดร้ายและไร้ความหวังในชีวิต
ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่า มีการค้าผู้หญิงและเด็กถึงมากกว่า 200,000 คนต่อปี ในเอเชีย

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด