อาเซียน-จีนตั้งค้าเสรีใหญ่สุด หนุนสุรเกียรติ์ชิงเลขาฯยู

อาเซียน-จีน" ตกลงตั้งเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมหนุน"สุรเกียรติ์"ชิงเลขาฯยูเอ็น ขณะที่"อินโดฯ"เอาบ้างเสนอตัวเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก มีออกแถลงการณ์ร่วมในนามแถลงการณ์ประธานอาเซียน สาระสำคัญประกอบด้วยผลการหารือของที่ประชุมในหลายประเด็นด้วยกันรวมทั้ง การหารือเรื่องพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจซึ่งผู้นำอาเซียนได้แสดงความเห็นพ้องว่าควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอาเซียนให้เหลือน้อยทีสุดในสภาวะท้าทายทั้งราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าก่อนการประชุม ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศร่วมถ่ายภาพหมู่หลังจากนั้นเป็นการหารือร่วมระหว่างผู้นำ การประชุมสิ้นสุดลงด้วยการร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ต่อด้วยการประชุมร่วมผู้นำอาเซียนและผู้นำจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือ อาเซียนบวกสาม และการประชุมร่วมอาเซียน-จีน ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ทั้งนี้ในช่วงเช้าก่อนการประชุมเริ่มขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับนายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน นายจักรภพระบุว่า ทางจีนไม่ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้แต่นายกรัฐมนตรีจีนได้แสดงความยินดีที่นายกรัฐมนตรีไทยแก้ไขปัญหาอย่างดี และบอกด้วยว่าการรักษากฎหมาย และความสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ นายกรัฐมนตรีจีนยังบอกว่าให้ถือว่าจีนเป็นเพื่อนของไทยเสมอ และจะไม่ทำให้ไทยเกิดความลำบากใจแต่อย่างใด ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้เชิญให้นายกรัฐมนตรีจีนเดินทางเยือนไทยในปีหน้า โดยจะเชิญให้เป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนด้วย
หลังการประชุมผู้นำอาเซียนในช่วงเช้าเสร็จสิ้น ผู้นำอาเซียนได้หารือระหว่างรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับผู้นำจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตามด้วยการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา(ASEAN+3) และการประชุมสุดยอดอาเซียน และประเทศคู่เจรจารายประเทศ คือ จีน และรัสเซีย โดยในวันที่ 29 พฤศจิกายนผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันลงนามในแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการรวมกลุ่มสินค้า และบริการสำคัญ พิธีสารว่าด้วยการรวมกลุ่มหลายสาขาของอาเซียน พิธีสารว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทของอาเซียน และได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบบูรณาการระหว่างอาเซียน-จีน และความตกลงกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างอาเซียน-จีนด้วย
ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งมีประชากรมากกว่า 2,000 ล้านคนทั้งใน จีนและ 10 ชาติ อาเซียน นอกจากนั้นอาเซียนยังกำหนดหารือเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีกับอินเดียและออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมในนามแถลงการณ์ประธานอาเซียน แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่าผู้นำอาเซียนเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกตามข้อเสนอของมาเลเซีย โดยจะจัดการประชุมขึ้นเป็นครั้งแรกในมาเลเซียในปี 2548 โดยจะหารือกันในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมประชุมดังกล่าวต่อไป
ที่ประชุมผู้นำอาเซียนยังเห็นพ้องให้รัฐมนตรี,เจ้าหน้าที่อาวุโส และสำนักเลขาธิการอาเซียนร่วมมือกันพัฒนากฎบัตรแห่งอาเซียนขึ้นเพื่อทบทวนกลไกต่างๆ รวมทั้งกำหนดความถี่ของการประชุมในทุกระดับ เพื่อให้เป็นเหตุเป็นผล และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งให้เสริมสร้างความเข้มแข็งของสำนักเลขาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทในแง่ของการวิเคราะห์นโยบาย และจัดทำข้อเสนอแนะต่อสมาชิกอาเซียนในแง่ของความร่วมมือ
นอกจากนั้น ผู้นำอาเซียนยังเห็นพ้องที่จะสนับสนุนนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในการสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) และเน้นย้ำถึงความสำคัญของเจตจำนงแห่งอินโดนีเซียในการดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น และให้กระชับความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับยูเอ็นด้วยการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-ยูเอ็นในการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นสมัยที่ 60 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาต่อไป
นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมว่า พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อที่ประชุมด้วยว่าไทยมีความเห็นว่าการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายที่แพร่กระจายในปัจจุบันนั้น ต้องแก้ที่รากเหง้าของปัญหา ประกอบด้วยความยากจน การว่างงาน และแนวทางในการสอนศาสนา อย่าบิดเบือนและความคลาดเคลื่อน เรื่องนี้จะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อแก้ไขจากผิดให้เป็นถูก ทั้งนี้ปัญหาข้ามชาติต่างๆ ตั้งแต่เรื่องยาเสพติด และเรื่องการค้ามนุษย์ เป็นสิ่งที่ไทยได้รับผลกระทบมาก เชื่อว่าคงเป็นเช่นเดียวกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกหลายประเทศ จึงเห็นว่าประเทศในอาเซียนควรจะร่วมมือกันในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น
สำหรับเรื่องความตกลงที่จัดตั้งเขตการค้าเสรีในอาเซียนนั้น นายจักรภพกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยมีความเห็นสอดคล้องกับสิงคโปร์ว่าเป้าหมายของการรวมตัวในปี พ.ศ.2563 นั้นไกลเกินไป ควรจะปรับให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้ไทยมีความร่วมมือในการค้าเสรีกับจีน และอินเดียแล้ว น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และทำให้ภาพของอาเซียนนั้นสามารถเข้ามาใกล้การเปิดเสรีการค้ายิ่งขึ้น
นายจักรภพกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเน้นถึงแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องการผลิตพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนเพื่อจะใช้ในภูมิภาคนี้ว่าเป็นสิ่งที่อาเซียนควรร่วมกันพัฒนาให้เกิดผลสำเร็จขึ้น โดยประเทศที่มีการพัฒนาน้อยสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยผลิตวัตถุดิบที่จะนำไปสู่พลังงานทางเลือกได้ เพราะญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศหลักที่ผลิตรถยนต์ได้สนับสนุนความคิดในเรื่องปรับโครงสร้างรถยนต์เพื่อรองรับพลังงานทางเลือกแล้ว
นายจักรภพ กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรียังได้พูดถึงการประชุมไซเตสในไทยและเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนร่วมกันต่อต้านการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย และเห็นว่าควรจะลงนามความตกลงร่วมกันซึ่งไทยจะในฐานะผู้ริเริ่มจะขอเชิญผู้นำอาเซียนทุกประเทศไปร่วมกันลงนาม หากเป็นไปได้ไทยจะจัดลงนามที่วังสราญรมย์ ใน กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นสถานที่ลงนามในปฏิญญากรุงเทพ ที่ก่อตั้งอาเซียนขึ้นในปี พ.ศ.2510 นอกจากนี้ ผู้นำไทยยังประกาศสนับสนุนการประชุมผู้นำประชาคมเอเชียตะวันออกที่มาเลเซีย และจีน แต่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจะต้องระวังไม่ให้การก่อตั้งประชาคมดังกล่าวกลายเป็นการสร้างป้อมปราการของเอเชีย นายกรัฐมนตรียังระบุว่าควรสนับสนุนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับเอเชียใต้ ให้เป็นกลุ่มความร่วมมือต่อเนื่อง และเพิ่มความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางด้านเศรษฐกิจกับรัสเซีย
นายจักรภพกล่าวว่า พล.ท.โซ วิน นายกรัฐมนตรีพม่าพูดต่อที่ประชุมว่าขณะนี้สถานการณ์โลกมีความซับซ้อน การแก้ไขปัญหาแบบเดี่ยวของแต่ละประเทศไม่เพียงพอ แต่ต้องใช้การแก้ไขปัญหาแบบพหุภาคี นายกรัฐมนตรีพม่าได้เรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนเห็นใจประเทศเล็กๆ ในกลุ่มอาเซียน ถูกทำให้เล็กลงด้วยขนาด และโอกาสทางเศรษฐกิจ และปัญหาเหล่านี้ควรจะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมประชาคมที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น ขณะที่พม่าได้แสดงจุดยืนในการต่อต้านการก่อการร้าย และยืนยันจุดยืนที่ไม่เคยให้มีการใช้ดินแดนของพม่าเพื่อให้เกิดกิจกรรมในการก่อการร้ายใดๆ นอกจากนี้พม่ายังได้เรียกร้องให้คงหลักที่ตกลงกันที่บาหลี อินโดนีเซียว่าเป็นความสัมพันธ์ของอาเซียน ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และ สังคมวัฒนธรรม ขอให้อยู่บนพื้นฐานเช่นนี้ต่อไป

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด