การค้าเสรี

ถึงวันนี้กลุ่มผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทย ก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันเป็น 2 กลุ่มในเรื่องการดำเนินการทำสัญญาเปิดเขตเสรีทางการค้าและการลงทุน
กลุ่มที่เห็นว่าจะต้องดำเนินการโดยทันที เพราะเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าโทษกับเศรษฐกิจและสังคมไทยนั้นมีรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นแกนหลักสำคัญ
เหตุผลหลักประการสำคัญของรัฐบาลและผู้มีแนวคิดเดียวกัน ก็คือการเร่งเปิดเขตการค้าเสรีจำนวนมาก จะทำให้ประเทศไทยมีตลาดสำหรับสินค้าส่งออกมากและหลากหลายขึ้น ในขณะที่การนำเข้าก็ยังจำกัดอยู่เท่าเดิมตามจำนวนประชากร 65 ล้านคน
ผู้สนับสนุนแนวทางดังกล่าวนี้ ระบุว่านี่คือแนวโน้มของระบบเศรษฐกิจโลกต่อไปในอนาคต ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องกระโดดขึ้นรถขบวนแรกๆ
เพื่อจะแสวงหาประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มนี้
ขณะที่อีกฝ่ายอันได้แก่นักวิชาการทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อย แม้จะเห็นว่าการค้าเสรีเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น แต่มีความเห็นว่าควรจะตั้งสติยั้งตัวเองไว้ ไม่ให้กระโดดลงไปกลางกระแสเชี่ยวกราก เพราะผลเสียผลได้ของแนวทางดังกล่าวนั้นมีอยู่พอๆกัน
ผู้ที่ออกมาส่งเสียงเตือนถึงข้อพึงระวังในการกระโดดลงไปสู่กระแสการค้าเสรีคนล่าสุด ก็คือม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
เหตุผลของม.ร.ว.ปรีดิยาธรก็คือ การกระโดดเข้าสู่กระแสการค้าเสรีโดยที่ยังไม่เตรียมตัวปรับพื้นฐานของประชาชนและธุรกิจในประเทศให้พร้อมรับการแข่งขันและผลกระทบไว้ก่อน อาจจะยิ่งทำให้เกิดผลเสียหายมากกว่าผลดีที่คาดว่าจะได้รับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการลงทุนที่นักธุรกิจไทยยังยืนอยู่แถวหลังในโลก
ประเด็นที่พึงระวังก็คือ จะต้องมิให้การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าว กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือความขัดแย้งทางการเมือง อันจะทำให้สาระสำคัญอันได้แก่ความอยู่รอดและความเจริญก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคมไทยถูกบิดเบือนไป
และถ้าจะให้การถกเถียงดังกล่าวเป็นไปอย่างรอบคอบรอบด้านมากขึ้น ก็ยิ่งควรจะเปิดกว้างให้ทั้งผู้มีส่วนได้เสียและผู้ทำการศึกษาในเรื่องดังกล่าว ได้มามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ไม่จำกัดให้เรื่องเป็นความรับผิดชอบเฉพาะของรัฐบาล หรือเป็นการกำหนดและถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้บริหารเศรษฐกิจระดับสูงเพียงไม่กี่คน
เพราะนโยบายการค้าเสรีนั้นพ่วงเอาประชาชนทั้ง 65 ล้านคนเข้าไปเป็นเดิมพันและมีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวโดยตรง
แล้วจะมิให้ผู้มีส่วนได้เสียออกเสียงได้อย่างไร
บทบรรณาธิการ

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด