เตือนจีนใช้อาเซียนเป็นตลาดระบายสินค้า

ชี้อนาคตการค้าเสรีอาเซียนกับจีน เต็มไปด้วยอุปสรรค มาตรการปกป้องจีนทุบตลาดไร้น้ำยา ยกตัวอย่างไทยที่เป็นแค่ประตูระบายสินค้าหลังบ้านให้จีน
ข้อตกลงเกณฑ์ลดภาษีในการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิก 10 ชาติอาเซียน กับจีนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ สปป.ลาว ที่จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค. 48 ให้เหลือ 0% ในปี 2558 และในจำนวนรายการสินค้าและ ปีลดภาษีให้เหลือ 0% ในรายการสินค้าอ่อนไหว และสินค้าอ่อนไหวสูง ถือเป็นก้าวแรกในการเปิดเสรีทางการค้าอาเซียนกับจีนอย่างเป็นทางการ โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนา ?FTA อาเซียน-จีน : ระเบิดเวลา หรือนาฬิกาปลุก" เป็นการฉายภาพให้เห็นทิศทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียนและจีนในอนาคต
รศ.อักษรศรี พานิชสาสน์ คณะเศรษฐศาสตร์ และกลุ่มศึกษาเศรษฐกิจการเมืองจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนกับจีน เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุมากกว่านาฬิกาปลุกให้ผู้ประกอบการไทยตื่นจากหลับไหลเร่งปรับตัวเองแข่งขันสู้กับจีนได้ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรทางเศรษฐกิจ เป็นความต้องการ ของจีนที่ต้องการเข้ามาวางฐานการผลิตใช้วัตถุดิบและทรัพยากรประเทศไทย ผลิตสินค้าสำเร็จรูปส่งออกสหรัฐฯ และยุโรป หรือส่งกลับเข้ามาขายในกลุ่มอาเซียน เช่น มันสำปะหลัง เหมืองแร่ ยูคาลิปตัส ยางพารา ฯลฯ ที่มีต้นทุนต่ำ นำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สิ่งที่ตามมาคือปัญหาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ไทยเป็นเพียงตลาดระบายสินค้า ?หลังบ้าน? คือ สินค้าไร้คุณภาพเหลือส่งออกเท่านั้น
?จีนยอมคุยเฉพาะเรื่องลดภาษีเท่านั้น แต่เล่นเกมเยื้อไม่เปิดเสรีบริการ ลงทุน และ ไม่แตะเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี( NTBs ) มีนัยทางการเมืองต้องการโดดเดี่ยวอิทธิพลไต้หวัน คานอำนาจญี่ปุ่น หาแหล่งพลังงานสำรองเท่านั้น?
รศ.อักษรศรีกล่าวต่อว่าอย่าหลงคิดว่าตลาดผู้บริโภคของจีนที่มีกว่า 1.3 พันล้านคนเป็นแค่ภาพลวงตาจีนเป็นตลาดปราบเซียน อย่าคิดว่าส่งสินค้าเข้าไปได้ 1 มณฑลจะเข้าไปทะลุตลาดทั่วทั้งประเทศ ลดภาษี 0% ที่เป็นอุปสรรคระยะแรกเท่านั้น แต่ปัญหาอุปสรรคระยะกลางและยาว คือการเข้าไปกระจายสินค้าเพราะ ช่องทาง ระบบขนส่ง การกระจายสินค้าถูกรัฐวิสาหกิจจีนผูกขาด มีผู้นำเข้าขายปลีก และส่งสินค้าเพียงกลุ่มเดียวที่รัฐบาลจีนควบคุมอยู่
?สินค้านักลงทุนล้มพับแน่ เช่น กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของเล่น เซรามิค สิ่งทอ และเส้นไหม ที่จะไหลทะลักมาแทนที่ชิงส่วนแบ่งในประเทศ ?
รศ.อักษรศรี กล่าวต่อว่าปัญหาเรื่องมาตรการปกป้องที่อยู่ภายใต้กรอบ อาเซียน-จีน นั้นไม่ได้สามารถปกป้องหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบเสียหายได้ เพราะเป็นเรื่องยากในการสืบสวน ความเสียหาย เวลาได้รับผลกระทบหนัก แม้จะเปิดช่องทางให้ผู้เสียหายนำมาตรการภาษีกลับมาใช้ในระดับเดิม แต่ไม่สามารถห้ามนำเข้าสินค้าดังกล่าวได้
?อาเซียนยอมได้อย่างไรให้จีนเป็น Full Market Economy มากกว่าที่ WTO กำหนด ในการระงับข้อพิพาททำให้ขาดความยืดหยุ่น น้ำหนักในการปกป้อง ไม่ได้คุ้มครองแท้จริง เชื่อว่าไม่มีใครนำมาใช้แน่ถ้าจีนทุ่มตลาดสินค้าไทย?
นายพิษณุ เหรียญมหาสาร ในฐานหัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน กล่าวด้วยว่าปัญหาเรื่องมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี รัฐบาลไทยต้องเน้นการบังคับใช้ และต้องปรับโครงสร้างระบบการบริหารการนำเข้า ให้มีการบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เช่น การตรวจสอบสุขอนามัยเหมือนที่จีนปฏิบัติกับไทย
?ไทยเป็นจุดกระจายสินค้าไปเขมร ลาวพม่า สินค้าที่มาขายเป็นแค่สินค้านิยมชั่วคราวราคาถูก ไทยอาจหันมาเป็นคนจัดการทำการตลาดให้ สินค้าจีนราคาต่ำไม่ใช่เพราะค่าแรงถูกแต่เพราะอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีจีนเข้มแข็ง? นายพิษณุกล่าว
ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกูล สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในภาพรวมการทำการค้าอาเซียนกับจีนถือว่าประเทศไทยได้ประโยชน์และโอกาสมากกว่า แม้จะต้องเจออุปสรรคเรื่องมาตรการกฎหมายการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นในแต่ละมณฑล ปัญหาสำคัญอีกอย่างที่ประเทศไทยต้องเจอ ในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จีนจะยึดประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตเพื่อส่งออกไปประเทศสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เพราะจีนถูกกีดกัน แต่จะใช้สิทธิโคตาของประเทศไทยส่งออกแทน เช่น สินค้าสิ่งทอเสื้อผ้า ที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำ ราคาถูก

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด