อาเซียนทลายกำแพงภาษี ลงนามเลิกเก็บสินค้า11รายการ

รถ-สิ่งทอ-อิเล็กทรอนิกส์เหลือ0%
ประชุมสุดยอดอาเซียนวันแรกชื่นมื่น 6 ชาติจับมือลงนามเลิกภาษี 11 รายการ ภายใน ปี 2550 ขณะที่ "ทักษิณ" สนับสนุนแนวคิดของสิงคโปร์ที่เสนอให้เปิดเสรีการค้าเร็วกว่าที่กำ หนดไว้เดิม ด้านการประชุมอาเซียนบวกจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เห็นพ้องต้องกันในหลักการ เปิดเสรี
การประชุมระดับสุดยอดผู้นำของกลุ่มประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้หรือ อาเซียน ได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2547 ที่ กรุงเวียง จันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยในช่วงเช้า 6 ชาติในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออา เซียน ประกอบด้วยไทย บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ลงนาม ความตกลงในการยกเลิกกำแพงภาษีสินค้าในภาคอุตสาหกรรมหลัก 11 ภาค ระหว่าง การประชุมอาเซียนที่เนื้อหาในข้อตกลงดังกล่าว ทุกประเทศจะลดภาษีศุลกากรสินค้าใน หมวดอุตสาหกรรม 11 ชนิด ตามข้อตกลง ทั้งรถยนต์ สิ่งทอ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ให้เหลือ 0% ภายในปี 2550 ในขณะที่สมาชิกอีก 4 ชาติ ประกอบด้วย กัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม จะใช้เวลาจนถึงปี 2555
"ข้อตกลงดังกล่าวทำให้ความพยายามในการสร้างระบบตลาดเดียวในภูมิภาคเหมือนที่ สหภาพยุโรป หรืออียู นำมาใช้ในกลุ่มชาติสมาชิกใกล้เข้าไปอีกขั้น"รายงานข่าวระบุ
นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ในการประชุมสุด ยอดผู้นำอาเซียน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้มีกรอบความร่วมมือ เพื่อลดภาระในการประชุมและเพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิด ของสิงคโปร์ในการร่นระยะเวลาของการรวมอาเซียนเป็นเขตการค้าเสรีจากเดิมที่กำ หนดไว้ในปี ค.ศ.2020
นายกรัฐมนตรียังได้เสนอให้ประเทศพัฒนาน้อยที่มีความสมบูรณ์ทางด้านเกษตรเข้า มาสนับสนุนปัจจัยการผลิตพลังงานทดแทนจากน้ำมันชีวภาพ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจ และจะผลิตเครื่องยนต์มารองรับ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผย ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยมี พ.ต.ท.ทัก ษิณ เข้าร่วม ว่า ในที่ประชุมได้ทบทวนความร่วมมือในกรอบของอาเซียนบวกสาม โดยทั้งสอง ฝ่ายเห็นว่า ความร่วมมือคืบหน้าไปมาก และควรต้องหาทางที่จะกระชับความร่วมมือ เพื่อให้ ไปสู่การรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับอีก 3 ประเทศ โดยมีเป้าหมายไปสู่การเป็น ประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก ซึ่งได้มีการพูดกันในเรื่องที่จะทำเป็นเขตการค้าเสรี และทุกฝ่ายเห็นด้วยในหลักการ และจะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปศึกษา รายละเอียดความเป็นไปได้ในการดำเนินการต่อไป
ด้านนายบุนยัง วอละจิต นายกรัฐมนตรี ของประเทศลาวได้กล่าวว่า การจัดประ ชุมสุดยอดของ กลุ่มประเทศอาเซียน ในลาวนับเป็นเกียรติของชาวลาว ที่ได้มีโอกาสในการ ต้อนรับผู้นำจากอาเซียน และคณะทุกประเทศ และถือเป็นการจัดประชุมในระดับสากลครั้ง

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด