อาเซียนเริ่มรวมกลุ่มการค้าใหญ่ที่สุดของโลก

การประชุมสุดยอดสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 10 ร่วมกับชาติคู่ค้ารายสำคัญในภูมิภาคอีก 6 ประเทศ อันได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงลาว เริ่มตั้งแต่ 29-30 พ.ย. ที่ประชุมมีการลงนามข้อตกลงต่างๆกันมากราว 20 ข้อตกลง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการรวม กลุ่มการค้าใหญ่ที่สุดของโลกด้วยจำนวนประชากรเกือบ 2,000 ล้านคน ให้ได้ภายใน 10 ปี ซึ่งจะเป็นคู่แข่งสำคัญกับสหรัฐฯและสหภาพยุโรป
ข้อตกลงสำคัญที่ลงนามกันในลาว คือ ข้อตกลงระหว่างจีนกับชาติอาเซียน หรือเรียกว่าข้อตกลงแผนสนับสนุนกันในด้านความมั่นคง การเมือง เทคโนโลยี การแพทย์ และการคมนาคม ซึ่งจีนกำลังพยายามหาแหล่งวัตถุดิบภายในภูมิภาคป้อนอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งเพิ่มความสัมพันธ์กับชาติอาเซียนเพื่อโดดเดี่ยวไต้หวันมากขึ้น นอกเหนือจากการแสวงเพิ่มความร่วมมือกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน กลุ่มชาติอาเซียนก็ตกลงเพิ่มการประชุมระหว่างอาเซียนกับชาติเอเชียตะวันออก อันประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเดิมตั้งชื่อไว้ว่า "การประชุมสุดยอดอาเซียน + 3" เปลี่ยนเป็น "การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก" หรืออีเอเอส ซึ่งจะประชุมกันทุก 2 ปี การประชุมครั้งแรกจะมีขึ้นในมาเลเซียราวเดือนธันวาคมปีหน้า จากนั้นปี 2550 จะจัดที่จีน จุดประสงค์เพื่อเพิ่มระดับความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่าง ภูมิภาคเอเชียใต้กับพื้นที่แถบเหนือและ ตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนกลุ่มชาติพัฒนาที่สุดของอาเซียน 6 ประเทศ ประกอบด้วยบรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย เห็นพ้องลงนามลดอัตราภาษีศุลกากรสินค้าหลัก 11 ประเภท รวมทั้งรถยนต์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเดินทางทางอากาศ และสินค้าที่ทำจากไม้ ลงภายในปี 2550 เร็วกว่ากำหนดเดิมตามแผนถึง 3 ปี ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีสินค้าเหล่านั้นลดลงมา อยู่ที่สูงสุดไม่เกินร้อยละ 5
นอกจากนั้น ประเด็นสำคัญอื่นๆที่มีการหารือกันในที่ประชุมอาเซียน ประกอบด้วย การประกาศสงครามต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรี ซึ่งชาติสมาชิกเห็นว่าเป็นการกระทำไร้ศีลธรรมและมนุษยธรรม ปัญหาเกิดเพราะความยากจนและการบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน
ด้านออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งได้รับเชิญร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ด้วยครั้งแรก ในรอบ 25 ปี ระบุความสัมพันธ์กับอาเซียนก็เพื่อการค้าขณะที่ออสเตรเลีย ยืนกรานปฏิเสธ ข้อเรียกร้องของชาติอาเซียน ที่ต้องการให้ออสเตรเลียร่วมลงนามสนธิสัญญาไม่รุกรานกัน

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด