เหลียวหลังแลหน้าสังคมไทย จีดีพี'คุณธรรม'ตกต่ำ

ข้อสังเกตของฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันเอกชน หรือสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานอิสระทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง จากงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2547
ซึ่งจัดโดยสถาบันเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ที่เห็นสอดคล้องกันในขณะนี้ว่า ความเจริญและตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ มิใช่คำตอบสุดท้ายของการพัฒนาอันยั่งยืน อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ความสนใจ แต่นัยสำคัญดังกล่าว เป็นประเด็นที่ประชาชนคนไทยไม่ควรจะมองข้าม เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดของสังคมโดยตรง แม้จะมากบ้างน้อยบ้างแต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สังคมที่หลงวัตถุ ยึดเงินเป็นเรื่องใหญ่ คุณธรรมและจิตใจเป็นเรื่องรองนั้น ไม่อาจจะสงบสุขและมีชีวิตที่เสรีได้อย่างแน่นอน
ผลสรุปจากการสัมมนาในหัวข้อ "เหลียวหลังแลหน้า ยี่สิบปีเศรษฐกิจสังคมไทย" ส่วนใหญ่ยอมรับว่าตัวเลขเศรษฐกิจสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้ และมีการขยายตัวในระดับปานกลางที่ 5-7% ใกล้เคียงกับเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วในเชิงรายได้ โดยเศรษฐกิจที่มาจากภาคบริการจะขยายตัวใหญ่ที่สุด แต่ปัญหาอนาคตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ศีลธรรม ค่านิยมอันดีงามอยู่ในขั้นวิบัติ เนื่องจากการเชิดชูอำนาจเงินและอำนาจการเมืองอยู่เหนือคุณธรรม นอกจากนั้นนโยบายเอื้ออาทร ยังทำให้รากหญ้าอ่อนแอ หนี้ท่วมหัว
รัฐบาลยุคไทยรักไทย ซึ่งชูนโยบายอาสาเข้ามาแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา แสดงความภาคภูมิใจมาอย่างต่อเนื่องกับผลงานตัวเลขการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนจีดีพีตามแนวคิดนักธุรกิจ ที่ต้องพึ่งพากำไรขาดทุนเป็นเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพและผลงาน ทั้งนี้เห็นได้จากล่าสุดมีการอวดอ้างโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่ออย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คำขวัญ "4ปีสร้าง4ปีซ่อม" นั้นก็ล้วนแต่เน้นให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ และความมั่งมีเป็นพื้นฐาน ขณะที่มิได้สนใจปัญหาภาคสังคมเท่าที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สิ่งแวดล้อม การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น หรือแม้แต่การส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามกรอบของรัฐธรรมนูญ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเป็นห่วงของทุกฝ่ายว่า สังคมไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ แม้จะไม่มีตัวเลขดัชนียืนยันความน่าเชื่อถือ หรือความเชื่อมั่นแบบตัวเลขเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ที่สะท้อนปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเพศ ความล้มเหลวของระบบการศึกษา ความเชื่อที่ผิดทิศผิดทางในปรัชญาคำสอนทางศาสนา การก่อการร้าย ปัญหาความแตกแยกของครอบครัว และความเหลวแหลกของสังคมวัยรุ่น จนถึงตัวเลขการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งมีการเผยแพร่เนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม ซึ่งระบุว่าหญิงไทยตกเป็นเหยื่อมากกว่าเก่านั้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่า ระหว่างที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับจีดีพีด้านเศรษฐกิจนั้น ในอีกทางหนึ่งจีดีพีด้านสังคมกำลังสู่ภาวะถดถอยอย่างน่ากังวลเป็นที่สุด
การเหลียวหลังในสายตาของรัฐบาลวันนี้ อาจจะมองเห็นความสำเร็จเกิดขึ้นจริงในบางพื้นที่ ในบางประเด็น แต่เมื่อแลไปข้างหน้ารัฐบาลย่อมต้องตระหนักหรือยอมรับความจริงด้วยว่า การพัฒนาที่ไม่มีความสมดุล และไม่ยั่งยืน บางแห่งกลายเป็นความยัดเยียดนั้น ได้ก่อให้เกิดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างชนบทและเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีความต่างของรายได้ชาวเมืองกับชนบท ส่วนการพัฒนาทางสังคม แม้ชาวชนบทจะได้รับการบริการดีกว่าในอดีต แต่ยังมีช่องว่างด้านมาตรฐานและความยั่งยืนแบบจริงใจและต่อเนื่อง เพราะนโยบายประชานิยม ถือเป็นรูปแบบการบริหารที่หว่านพืชหวังผลทางการเมืองเสียมากกว่า
เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า 4 ปีในอนาคตอันใกล้ หลังการเลือกตั้งทั่วไป 2548 รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะให้ความใส่ใจปัญหาจีดีพีด้านสังคม หรือคุณธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขอยืนยันว่าอนาคตต่อไปหากผู้บริหารประเทศไม่ให้ความสำคัญที่คุณภาพ จิตใจ ความรู้คู่คุณธรรมมากกว่าปริมาณตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายสร้างค่านิยมเงินคืออำนาจ วัตถุคือเกียรติ ตำแหน่งคือศักดิ์ศรี สามารถแสวงหาได้โดยการเสี่ยงโชค โดยปราศจากจริยธรรมสำนึกนั้น ประเทศชาติบ้านเมืองคงจะฉิบหาย ไม่เหลือแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วให้ได้สร้างหรือให้ใครได้อวดอ้างแสวงประโยชน์แน่แท้ แม้นายกรัฐมนตรีจะรวยนับหมื่นล้านก็ตาม
บทบรรณาธิการ

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด