สหรัฐลงโทษกุ้งจีนขึ้นภาษีเป็น113%

สหรัฐเล่นงานจีน เสนอลงโทษทางภาษีนำเข้ากุ้งเพิ่มเป็น 113 เปอร์เซ็นต์ กีดกันการทุ่มตลาด ขณะลงโทษกุ้งเวียดนามจิ๊บจ๊อย น้อยกว่าที่สมาคมผู้ส่งอออกอาหารทะเลเวียดนามคาดไว้เยอะ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ว่าได้ขึ้นอัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากประเทศจีนและเวียดนามแล้ว เพื่อเป็นการลงโทษตามกฎหมายต่อต้านการทุ่มตลาด หลังจากพบว่ามีการขายกุ้งในตลาดสหรัฐต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็น และ "การตัดสินใจแน่วแน่เป็นครั้งสุดท้าย" นี้ประกอบด้วยมาตรการลงโทษทางภาษีน้ำเข้ากุ้งแช่แข็ง กุ้งกระป๋องจากจีน เพิ่มขึ้นเป็น 112.81 เปอร์เซ็นต์ ของราคานำเข้าเบื้องต้น จากเดิมที่เคยเก็บเพียง 27.89 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อัตราภาษีนำเข้ากุ้งจากเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 25.76 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยเรียกเก็บ 4.13 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ จะเป็นผู้ออกคำสั่งสุดท้าย บังคับใช้มาตรการลงโทษนี้ ในวันที่ 12 มกราคม ศกหน้า ซึ่งรวมทั้งการกำหนดให้ผู้นำเข้ากุ้งต้องจ่ายภาษีนำเข้าในรูปแบบของพันธบัตรด้วย
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนธันวาคม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังจะตัดสินใจเรื่องข้อกล่าวหาการทุ่มตลาด และมาตรการลงโทษทางภาษี กับการนำเข้ากุ้งจาก 4 ประเทศ ผู้ส่งออกรายใหญ่รองลงมา ได้แก่ บราซิล เอกวาดอร์ อินเดีย และไทย
นายเอ็ดดี้ กอร์ดอน ประธานของกลุ่มพันธมิตรชาวประมงกุ้งสหรัฐทางภาคใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดำเนินการฟ้องร้องข้อกล่าวหาทุ่มตลาดสินค้ากุ้งว่า กุ้งจากต่างประเทศได้ไหลทะลักเข้าสหรัฐด้วยราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง จนกระทั่งทำให้อุตสาหกรรมประมงสหรัฐใกล้จะล้มละลายอยู่แล้ว
ทั้งนี้ นายกอร์ดอนระบุด้วยว่า จีน เวียดนาม และอีก 4 ประเทศ ได้ทุ่มส่งออกกุ้งเข้าตลาดสหรัฐ ช่วงระหว่างปี 2543-2546 จนส่งผลให้ราคากุ้งนำเข้าในตลาดสหรัฐ ต่ำกว่าราคากุ้งในประเทศถึง 42 เปอร์เซ็นต์ และในขณะที่อุตสาหกรรมของชาวประมงสหรัฐต้องจ้างคนงานถึง 70,000 คน กุ้งที่นำเข้าจากต่างประเทศ กลับใช้คนงานเพียง 3,500 ตำแหน่ง นอกจากนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ของกุ้งนำเข้า ยังเป็นกุ้งเพื่อบริโภคในประเทศสหรัฐ ซึ่งนิยมบริโภคกุ้งมากเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอาหารทะเลทั้งหมด ขณะที่มีการนำเข้ากุ้งจาก 6 ประเทศดังกล่าว คิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ของการนำเข้าทั้งหมด
ทางด้านนายวอลลี สตีเว่น ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจกุ้ง(Shrimp Task Force) ซึ่งต่อต้านมาตรการการขึ้นภาษีดังกล่าว กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อผู้บริโภคและธุรกิจร้านค้าภัตตาคารต่างๆ ในสหรัฐ ที่นิยมบริโภคเนื้อกุ้งที่มีคุณภาพในราคาเบาๆ เพราะฉะนั้น ทางกลุ่มจะยืนหยัดต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมทางภาษีที่ในที่สุดก็จะตกกับผู้บริโภคกุ้งในสหรัฐเอง
ทางด้านสมาคมผู้ส่งออกอาหารทะเลของเวียดนาม เปิดเผยว่า มาตรการลงโทษทางภาษีนำเข้าที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศใช้กับกุ้งจากเวียดนามนั้น น้อยกว่าที่สหรัฐเคยประเมินไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 14.9-93.0 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 4.1-25.8 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่รัฐบาลสหรัฐได้มาดูสภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยงกุ้งของเวียดนามอย่างใกล้ชิด จนรู้แล้วว่า กุ้งเวียดนามสามารถขายออกในราคาต่ำ เนื่องจากภาวะต้นทุนแรงงานที่แท้จริงในเวียดนามอย่างต่ำอยู่ ประกอบกับมีเทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมสำหรับการทำบ่อเลี้ยงที่ดี จึงส่งออกกุ้งไปยังสหรัฐในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งได้

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด