พาณิชย์หวั่นกองทุนถังแตกขอหมื่นล้านแทรกแซงราคา

จาตุรนต์"เบรกทันควันชี้ข้อมูลไม่ชัดเจน
พาณิชย์หวั่นกองทุนถังแตกเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองคณะที่ 2 ของบกลางปี 48 วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ให้กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แทรกแซงราคาสินค้าเกษตร รู้ล่วงหน้าอ้างปีหน้าจะขาดทุนจากการแทรกแซงกว่า 3 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน มีเงินเหลือใช้เพียง 3 พันล้านบาท ชี้หลายหน่วยงานติดหนี้ตั้งแต่ปี 2538 กว่า 2 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 2 ซึ่งมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วานนี้ (2 พ.ย.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการขออนุมัติงบประมาณ และการแก้ปัญหาเงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้เสนอขออนุมัติงบกลางปี 2548 จำนวน 11,000 ล้านบาท ให้กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ใช้ดำเนินการแทรกแซงช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดและปัจจัยการผลิตในฤดูกาลการผลิต 2547/2548
นอกจากนี้ ยังได้ขออนุมัติแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินของกองทุนรวม โดยขอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หยุดคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการ และให้มีคณะทำงานตรวจสอบรายละเอียดยอดหนี้ที่ถูกต้อง ก่อนส่งให้สำนักงบประมาณดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้อง อาจดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ 1.จัดสรรงบประมาณชำระหนี้สิน สำหรับโครงการที่สิ้นสุดแล้วเป็นรายโครงการ 2.จัดงบประมาณชำระหนี้ของทุกโครงการแล้วตัดจ่ายเป็นรายปีภายใน 5-10 ปี ปีละเท่าๆ กัน
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ที่ประชุมไม่เห็นด้วยตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ โดยนายจาตุรนต์ ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียดข้อมูลการใช้งบประมาณที่จะขออนุมัติว่าเป็นเงินหมุนเวียนจำนวนเท่าไหร่ และเป็นเงินที่ต้องสูญอีกเท่าไหร่ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว
ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้รายงานว่า กองทุนรวม ณ 30 ก.ย.2547 มีเงินสดอยู่ประมาณ 4,456 ล้านบาท มีภาระผูกพัน 4,582 ล้านบาท ทำให้ขาดเงินดำเนินการ 126 ล้านบาท ยังมีแผนการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรปี 2548 รวมเป็น 11,093 ล้านบาท และคาดว่า การดำเนินการตามแผนจะทำให้ขาดทุน 3,470 ล้านบาท โดยประมาณการว่าจะมีเงินดำเนินการในปีหน้าเพียง 3,808 ล้านบาท ดังนั้นกองทุนรวมจะขาดเงินช่วยเหลือเกษตรกรอีกประมาณ 10,754 ล้านบาท
แหล่งข่าว กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังได้รายงานว่ากองทุนรวมมีภาระหนี้ค้างชำระจากหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2538 ถึง 13 ต.ค.2547 รวม 22,167 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1.ภาระขาดทุนจากส่วนต่างราคารับจำนำและการจำหน่ายสินค้าที่รับจำนำไว้ 14 โครงการ จำนวน 17,686 ล้านบาท 2.ภาระค่าใช้จ่ายดำเนินการที่ต้องจ่ายเพิ่ม เช่น ค่าดอกเบี้ย ค่าเก็บรักษาสินค้า 12 โครงการ วงเงิน 2,767 ล้านบาท 3.ภาระขาดทุนจากโครงการจัดหาปุ๋ยจำหน่ายให้เกษตรกรปี 2537/2538 จำนวน 213 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการตามข้อสั่งการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เกิดจากการตรวจราชการ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาการเลี้ยงวัว จ.พัทลุง 17 ล้านบาท ที่ประชุมเห็นชอบแต่ให้รอเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวัวหนึ่งล้านครอบครัว ที่จะมีการตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) มาบริหาร 2.โครงการพัฒนาข้าวครบวงจร จ.พัทลุง 132 ล้านบาท 3.โครงการสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม จ.สตูล 180 ล้านบาท รวม 329 ล้านบาท

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด