สัมพันธ์ใหม่ไทย-รัสเซีย พุ่งเป้าการค้า-วัฒนธรรม

นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยภายหลังการหารือทวิภาคี(ระหว่างรัฐต่อรัฐ) กับนายเซเกร ลาฟลอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เมื่อไม่นานนี้ ถึงเรื่องที่ได้มีการเจรจากัน และประสบผลคืบหน้าไประดับหนึ่ง ดังต่อไปนี้...
"...ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจที่สำคัญ และเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และมีความสำคัญ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดตั้งกลไกใหม่ เป็นกลไกหารือประจำปีที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีปูตินได้เห็นชอบร่วมกันตั้งแต่ท่านนายกฯไปเยือนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
การที่ประเทศไทยมีกลไกการหารือประจำปีระดับรัฐมนตรีต่างประเทศกับประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรถึง 2 ประเทศ คือ จีนและรัสเซีย แสดงให้เห็นว่าประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญกับไทย ไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ยังให้ความสำคัญของบทบาทประเทศไทยในภูมิภาคและความคิดเห็นของไทยในกิจการต่างๆ ของโลก
มาวันนี้ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของเราได้เพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าจนใกล้ที่จะไปถึงจุดที่ผู้นำทั้ง 2 ตั้งเป้าไว้ คือ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ กระทั่งตกลงกันที่จะตั้ง Joint Business Council ซึ่งเป็นสภาธุรกิจร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยที่ผู้แทนของสภาอุตสาหกรรมทางสภาหอการค้าไทยก็ได้ไปเยี่ยมฝ่ายรัสเซียมาแล้ว
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะเร่งตั้ง Joint Business Council ขึ้น เพื่อภาคเอกชนจะได้มีข้อมูลระหว่างกันมากขึ้น
ผู้บริโภคในรัสเซียนั้นมีอำนาจการซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็มีโครงการลงทุนที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงาน โรงแรม และมีความต้องการสินค้าต่างๆ จากประเทศไทยอยู่มาก หน่วยงาน ปตท.เองก็สนใจในเรื่องของความร่วมมือในด้านพลังงาน กับบริษัทน้ำมันของเขาชื่อ Gaz Prom ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ขณะที่รัสเซียยังสนใจโครงการ Southern Land Bridge ของไทยเรา
ด้านการท่องเที่ยว เขาอยากจะสนับสนุนเรื่องนี้มาก การบินไทยอาจจะเปิดเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-มอสโก ในฤดูร้อนปีหน้า ในขณะที่ภูเก็ตแอร์ก็กำลังสนใจที่จะเปิดเส้นทางสายการบินต้นทุนต่ำ
รัสเซียสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยและเราก็เสนอให้มีวีซ่าพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาสม่ำเสมอ ซึ่งเขาก็บอกว่าน่าสนใจและกำลังหารือหน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้องอยู่
เรื่องการศึกษานั้น รัสเซียจะเพิ่มทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนไทยอีกหลายสิบทุน และงาน Russian Day ที่ศูนย์วัฒนธรรมนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียจะมาร่วมเป็นประธานเปิด โดยผมเสนอว่าอยากให้มีการแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณที่พิพิธภัณฑ์ เพราะพิพิธภัณฑ์รัสเซียมีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าเป็นไปได้ ควรจะมีการจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนระหว่างกันก็จะทำให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีความเชื่อมโยงได้รู้ได้เข้าใจกันมากขึ้น
ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงกันว่าจะตั้งศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะความร่วมมือกันเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองต่างๆ ส่วนเรื่องที่รัสเซียจะเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอนั้น นายกรัฐมนตรีของไทยได้ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเขายังจะลดภาษีนำเข้าไก่ไทยให้ กับเปิดโอกาสให้เราส่งสินค้าออกไปอีกหลายรายการ เช่น ยางพารา ปลา เป็นต้น
ที่สำคัญในเรื่องของการบริการ คือให้เราสามารถไปเปิดร้านอาหาร ให้พ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟของเราเข้าไปทำงาน ซึ่งรัสเซียนั้นนับเป็นตลาดใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังดูรายละเอียดต่างๆ อยู่ และคาดว่าคงจะเสร็จภายในอีกวันสองวัน ก่อนจะมีการลงนามร่วมข้อตกลงกัน
เรื่องของการที่จะแลกไก่กับเครื่องบินนั้น ณ วันนี้ ทีมของเขาคุยกับกองทัพอากาศอยู่ ถ้าตกลงกันได้ เราจะสามารถรักษาตลาดส่งออกไก่ของเราไว้ได้
ไทยเรายังสนับสนุนรัสเซียให้เป็นสมาชิกของ ACD และสนับสนุนให้รัสเซียได้มีความตกลงทางด้านเศรษฐกิจกับอาเซียน คือเป็นการแถลงการณ์ตกลงริเริ่มกันก่อนและทำงานร่วมกันอีก 1 ปี สุดท้าย เรายังสนับสนุนให้รัสเซียได้เป็นสมาชิกที่ประชุมเอเชีย-ยุโรป หรือที่เรียกกันว่า ASEM
โดยรวมแล้วถือว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับรัสเซีย ส่วนเรื่องการสนับสนุนของรัสเซียต่อการดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสหประชาชาติ(ของนายสุรเกียรติ์) นั้น จะเปิดเผยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม..."
Spotlight

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด