นานาทรรศนะ มหาวิทยาลัยไทย...สู่ระดับโลก ..

นานาทรรศนะ มหาวิทยาลัยไทย...สู่ระดับโลก ไกลเกินฝันจริงหรือ??

หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มีการประชุมวิชาการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) เรื่อง "มหาวิทยาลัยกับการก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก" ซึ่ง "มติชน" เห็นมีเนื้อหาน่าสนใจ จึงนำเสนอ

0นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี

"หลายปีมานี้มีการพูดคุยกันเรื่องปฏิรูปการเรียนรู้ และปฏิรูปครูอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน การปฏิรูปหลักสูตรยังไม่ก้าวหน้า การอบรมพัฒนาครูอาจารย์ยังทำกันในวงแคบๆ ยังไม่ไปสู่เป้าหมายที่ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออกที่แตกต่างไปจากครู อาจารย์ เช่นเดียวกับในมหาวิทยาลัย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งโจทย์ให้ปฏิรูปในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แต่ยังไม่เห็นการพัฒนาในเรื่องเหล่านี้เลยแม้รัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้เวลานี้เมื่อจัดอันดับการพัฒนางานบริหารแผ่นดินด้านต่างๆ ได้เริ่มพัฒนาไปบ้างแล้ว ยกเว้นด้านการศึกษาโดยรวมที่ยังไม่ค่อยกระเตื้องขึ้น ดังนั้น การทำให้มหาวิทยาลัยไทยพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยโลกได้ ต้องยอมรับว่าต้องใช้เวลา และความพยายามอีกพอสมควร แต่รัฐบาลพร้อมจะส่งเสริมเต็มที่

@ ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ประธานอำนวยการธนาคารสมอง

"การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกได้มีปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ มีอิสระในการบริหารจัดการ หรือการออกนอกระบบราชการ ซึ่งจะต้องอาศัยการสนับสนุนจากรัฐบาลว่าจะให้มหาวิทยาลัยไทยออกนอกระบบราชการหรือไม่ แต่เวลานี้ยังมีเสียงคัดค้านจากอาจารย์บางกลุ่ม จึงขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะฟังใคร เปรียบเสมือนทางเลือกว่าอยากให้มหาวิทยาลัยเป็นเสมือนมือ และเท้าของสังคม หรือให้อิสระที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นสมอง และสติของสังคม อย่างกรณีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ อธิการบดีจุฬาฯ ได้เสนอแผนพัฒนามหาวิทยาลัยต่อสภาจุฬาฯ เป็นแผนที่ดีมาก สามารถพัฒนาจุฬาฯ ให้ก้าวไปสู่มหาวิทยาลัยระดับโลกได้ภายใน 10 ปี ทว่าจะพัฒนาตามแผนได้จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณมากกว่าปัจจุบัน 2-3 เท่าตัว แล้วจุฬาฯ จะเอาเงินมาจากไหน จึงจำเป็นต้องออกจากระบบราชการเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินการ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะให้จุฬาฯ ออกนอกระบบราชการหรือไม่"

@ นพ.อาวุธ ศรีศุกรี อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

"การศึกษาระดับขั้นพื้นฐานยังมีคุณภาพน่าห่วงถ้ายังไม่ปรับให้เด็กรู้จักเรียนรู้ ก็คงจะปรับ หรือพัฒนาระดับอุดมศึกษาได้ค่อนข้างยาก ที่ผ่านมา รัฐบาลยังสนับสนุนงบฯให้มหาวิทยาลัยค่อนข้างต่ำมาก คือให้พออยู่ได้ เช่น การอุดหนุนคณะแพทยศาสตร์ ที่ปัจจุบันอุดหนุนรายหัวนักศึกษาแพทย์คนละ 3 แสนบาท ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้การศึกษาแพทยศาสตร์จะล้าหลัง เพราะไม่มีเงินมาพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งก็มีสภาพเช่นเดียวกับสาขาวิชาอื่นๆ ผมคิดว่าการพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกหรือไม่อาจไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องสร้างจุดเด่นของตนเองในจุดใดจุดหนึ่ง ไม่ใช่สร้างในหลายจุดจนทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดต้องกระจัดกระจาย"

@ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

"ถ้ามหาวิทยาลัยไทยยังไม่สามารถจัดการเรื่องค่านิยมของสังคมไทยในความต้องการตราประทับรับรองปริญญาให้เรียนจบปริญญาตรีถึงเอกได้ง่ายจนกลายเป็นเชิงธุรกิจ เพราะต้องเปิดกว้างเพื่อการรองรับนักศึกษา โดยต้องลงทุนเปิดรองรับในสาขาวิชาที่ไม่พร้อม มหาวิทยาลัยไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาอยู่เรื่อยๆ จนถึงขั้นวิกฤต สวนทางกับเป้าหมายความต้องการเป็นเลิศทางวิชาการ หรือการพัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่ชัดเจนต่อระบบอุดมศึกษา ไม่แยกแยะจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละสถาบัน ทั้งที่การพัฒนามหาวิทยาลัยไม่อาจทำแบบเดียวได้ จำเป็นต้องแยกประเภทเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน และอื่นๆ ซึ่งมีทิศทางการพัฒนาที่ต่างกัน ถ้ารัฐบาลแยกแยะก็สามารถจัดลำดับความสำคัญในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยแต่ละประเภทได้ ทั้งรัฐบาล และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จำเป็นต้องยอมรับความจริงในจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองด้วย นอกจากนี้ ผมเห็นว่าการที่รัฐบาลจะปรับระบบเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นระบบผูกติดกับรายได้ผู้กู้ในอนาคตนั้น จะเป็นปัญหาต่อการพัฒนาไปสู่การเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย เพราะเมื่ออุดหนุนไปที่ผู้เรียนก็จำเป็นต้องเปิดสอนในสาขาที่ผู้เรียนต้องการ จนอาจสวนทางกับความพยายามพัฒนาความเป็นเลิศ อีกทั้ง กองทุนแบบใหม่ยังไม่เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของสังคมไทย เพราะเหมือนรัฐบาลผลักภาระให้ผู้เรียน โดยให้มหาวิทยาลัยขึ้นค่าหน่วยกิตตามต้นทุนจริง"

@ ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

"ผลการประเมินโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 1 หมื่นโรงที่ผ่านมา สรุปได้ว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความสุข มีคุณธรรมพอสมควร แต่เด็กส่วนใหญ่ที่จบมัธยมออกมาไม่ใช่เด็กเก่ง คิดไม่เป็นระบบ ไม่มีเหตุมีผล ทั้งนี้ อนาคตอันใกล้จะมีเด็กจบ ม.6 เข้าระดับอุดมศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ เกือบ 2 เท่า หรือประมาณ 2 ล้านคน แล้วมหาวิทยาลัยไทยจะพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยของโลกได้จริงหรือ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจช่วยแม้จะห่างไกลตัวมากก็ตาม อาจต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี แต่ก่อนอื่นคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องเลิกถกเถียงกันในเรื่องจะออกหรือไม่ออกนอกระบบราชการเสียก่อน

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด