สัญญาณอันตรายเอฟทีเอภายใต้เงา คปค.


 

สารี อ๋องสมหวัง: 
การ ทำเอฟทีเอเป็นเรื่องเดียวกับระบอบทักษิณ  เอฟทีเอไม่มีกระบวนการ  ตอนที่คัดค้านที่เชียงใหม่ คุณทักษิณบอกว่าไม่ต้องเข้าสภาเพราะไม่มีใครรู้เรื่อง เอฟทีเอมีปัญหาทั้งเรื่องผลกระทบและกระบวนการ สัญญาณอันตรายที่เราเห็นชัดเจน คือ รายชื่อที่ปรึกษาต่างประเทศที่ออกมาล้วนสนับสนุน ทั้งผลักทั้งดัน เรื่องเอฟทีเอทั้งสิ้น โดยไม่สนใจกระบวนการที่ดี  ไม่มีการเปิดรับฟังผลกระทบรอบด้าน

 

กระทรวง พาณิชย์  นอกจากกำลังแก้กฎหมายสิทธิบัตร  ยังจะแก้กฎหมายลิขสิทธิ์  ศาลฏีกาเคยมีคำพิพากษาว่าการถ่ายเอกสารของนักศึกษาไม่ผิดเพราะเป็นไปเพื่อ การศึกษา แต่เรากำลังจะมีกฎหมายแบบที่ว่าการถ่ายเอกสารทำได้ไม่เกิน 10 บรรทัด เป็นต้น  หรือ การทำ temporary file ในอินเตอร์เน็ตก็อาจมีความผิด 

 

จักรชัย  โฉมทองดี:
นับ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีการพูดกันมากเรื่องเศรษฐกิจ  แต่ยังไม่พ้นจากวังวนเดิมๆของการพึ่งพิงการส่งออกและการลงทุน ให้ความสำคัญของจีดีพีมากกว่าความกินดีอยู่ดีของแรงงานและชาวบ้าน  นี่แสดงให้เห็นว่าก่อนและหลังวันที่ 19 ทิศทางการดำเนินเศรษฐกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลง  ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพาต่างชาติผ่านข้อตกลงพหุภาคีและทวิภาคี  ทำให้รัฐบาลไม่สามารถคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน รักษาความมั่นคงทางอาหาร มียาราคาที่เป็นธรรม  นี่เป็นหลักใหญ่ที่เราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีกว่าเดิม  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอรัปชั่นหรือความสมานฉันท์  แน่นอนว่าเราต้องเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งรีบ  แต่เรามองข้ามไปไม่ได้คือ เอฟทีเอเป็นการผูกมัดระยะ  เอฟทีเอก่อกำเนิดโดยแท้มาจากรัฐบาลทักษิณ  ต้องแยกให้ออกว่านโยบายที่เกิดมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีหลายส่วนเป็นการ ผลักดันโดยประชาชน  แต่หลายนโยบายมาจากระบอบทักษิณเอง  ซึ่งนโยบายเหล่านี้สังคมตั้งคำถามและนำไปสู่วิกฤตศรัทธาของประชาชน

 

ปัญหา ของเอฟทีเอ คือ กระบวนการไม่โปร่งใสและเนื้อหาที่ไม่เป็นประโยชน์ของชาติโดยส่วนร่วม  ทั้งสองแยกออกจากกันไม่ได้  เพราะกระบวนการไม่ดีนำมาสู่ผลลัพธ์ที่อันตราย  อันแรก  เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อันที่สอง  ก่อให้เกิดความแตกแยก  เพราะผลกระทบเป็นวงกระจายแต่ประโยชน์กระจุก 
 
ในบรรยากาศการปฏิรูป การเมืองในปัจุบัน  ต้องบอกว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นไม่มีความชอบธรรมใดๆในการสร้างพันธะกรณีใน ต่างประเทศไม่ว่าจะในระดับพหุภาคีหรือทวิภาคี  เพราะว่าข้อตกลงทางเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกระดับ  และเป็นแรงปรารถนาของประชาชนที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วม  รัฐบาลที่มาจากรัฐประหารควรให้เกียรติประเทศอื่นในการชะลอเรื่องนี้ไปก่อน และที่สำคัญให้เกียรติกับประชาชน   เพราะขณะนี้หากจะมีการตัดสินใจใดๆ  สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต  โดยเฉพาะที่ปรึกษาต่างประเทศซึ่งที่ผ่านมาช่วยสนับสนุนส่งเสริมและหาข้ออ้าง ให้กับกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาโดยตลอด

หลาย คนคิดว่าการทำรัฐประหารจะทำให้การเจรจาชะลอไปโดยปริยาย  ต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯได้ประนามการทำรัฐประหาร  ล่าสุดสหรัฐฯตัดลดการช่วยเหลือกับกองทัพไทย  นั่นเป็นระเบียบของสหรัฐฯที่มีอยู่แล้ว  แต่การทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจไม่มีข้อกำหนดใดที่ระบุว่าจะต้องทำกับประเทศที่ มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งและมีประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์  เช่น จอร์แดนและโมร็อคโค ได้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯไปแล้ว ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลในอาทิตย์หน้า อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการดำเนินการเจรจาในทันที

รัฐบาล จากรัฐประหารมักได้รับแรงกดดันจากนานาประเทศและมักมีความห่วงใยต่อความเชื่อ มั่นนักลงทุนต่างชาติ  ดังนั้น รัฐบาลจากรัฐประหารมักจะโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของต่างประเทศ  เช่น การทำรัฐประหารปี 2535 รัฐบาลขณะนั้นได้ยอมตามข้อเรียกร้องของบริษัทยาข้ามชาติจนทำให้มีการแก้ กฎหมายหลายฉบับ

ไม่ กี่สัปดาห์จากนี้ไป  รัฐบาลมหาอำนาจจะไม่รีรอเดินหน้าทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจ  เหตุการณ์เทียนอันเหมินได้รับการประนามจากต่างประเทศรวมถึงสหรัฐฯ  แต่เมื่อไปดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ  พบว่าการค้าขายและการทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น  และเป็นนาทีทองที่บริษัทข้ามชาติรู้ดีว่าสามารถเข้าไปยึดตลาดประเทศกำลัง พัฒนาได้

ข้อ กล่าวอ้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่อการทำเอฟทีเอยังเป็นเรื่องที่น่า สงสัยอยู่  ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญของคณะปฏิรูปการปกครองฯว่าจะเดินหน้าใช้อำนาจเบ็ด เสร็จ ตกลงผูกมัดสร้างพันธะกรณีของไทยกับประเทศอื่น หรือจะสนับสนุนสร้างกระบวนการประชาธิปไตย  โดยรอจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากประชาชนและมีกระบวนการที่โปร่งใสก่อนดำเนิน การตกลงใดๆ  เพราะนอกจากจะไม่ชอบธรรมและยังมีโอกาสเสียเปรียบด้วย

กฎหมาย การค้าของสหรัฐฯ (TPA) จะหมดอายุในเดือนกรกฏาคม 2550 หากสหรัฐฯจะทำข้อตกลง  ประธานาธิบดีบุชต้องยื่นเจตจำนงภายในวันที่ 2 เมษายน 2550 และลงนามภายใน 30 มิถุนายน 2550 โอกาสยืดเวลาออกไปมีน้อยมาก  เท่าที่ผ่านมา  นักวิชาการทุกสำนักชี้ตรงกันว่าเวลาจากนี้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน  เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีข้อตกลงที่มีประโยชน์และเสมอภาค

เรื่องกระบวน การเจรจาที่โปร่งใสนั้น  มีการผลักดันมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 19 กันยายน และฝ่ายวิชาการและฝายการเมืองก็เห็นด้วยว่าควรจะมีกระบวนการที่ดีกว่านี้  ตัวอย่างข้อเสนอ เช่น การผ่านสภาควรผ่านตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังการเจรจา  ฝ่ายนิติบัญญัติควรจะสามารถเรียกดูเอกสารสำคัญได้ นอกจากนี้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการศึกษาผลกระทบ  ที่สำคัญจะต้องมีกฎหมายในการเจรจาและทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  อันนี้เป็นก้าวที่ประเทศที่จะพัฒนาไปในอนาคตต้องมี  การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ควรจะมีกลไกแบบนี้ชัดเจน  ข้ออ้างที่ว่าหากไม่ลงนามกับประเทศใดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไม่สามารถอ้างได้  ไม่มีหลักฐาน  เพราะโมเดลการศึกษาที่ผ่านมาอยู่บนสมมุติฐานว่าภาษีลดลงเหลือ 0% และมีการกำจัดมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีลงอย่างสิ้นเชิง  แต่ในความเป็นจริงข้อตกลงไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

 

กิ่งกร  นรินทรกุล:
ที่ ผ่านมาเราเอาภาคเกษตรไปสังเวยหรือแลกกับสิ่งที่จะได้ เช่น อิเล็คโทรนิก สิ่งทอ  หรือการร่วมทุนกับต่างประเทศในกิจการโทรคมนาคม  ในกรณีของจีน เราเอาสินค้าเกษตร 150 กว่ารายการที่เป็นผักและผลไม้ไปแลก  ทำให้ราคาสินค้าผักและผลไม้ภายในประเทศตกลงถึง 60% เมื่อผักและผลไม้จากจีนทะลักเข้ามา  การทำสนธิสัญญาเกี่ยวข้องกับคนจำนวนไม่น้อย  เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคนได้รับผลกระทบ  ดังนั้น มันจึงต้องมีกระบวนการที่มีคนเข้าร่วม  หรือที่เราเรียกว่ากระบวนการนโยบายสาธารณะ 

 

ที่ ผ่านมา ประชาชนโดนยึดอำนาจไปเยอะ  ต้องมีกระบวนการคืนอำนาจให้ประชาชน  สิ่งที่จะแสดงความจริงใจ คือพัฒนากระบวนการให้คนมีส่วนร่วมในการพิจารณานโยบายที่เกี่ยวพันกับชีวิต คน   ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากระบอบทักษิณที่ยึดอำนาจประชาชนไปแล้วก็ไปตัดสินใจ เองโดยประชาชนไม่มีส่วนร่วม  ในสมัยรัฐบาลคุณอานันท์ในปี 2535 มีการออกกฎหมายไปมากกว่า 400 ฉบับ  ดังนั้นช่วง 6 เดือน- 1 ปีเป็นระยะอันตรายที่ทั้งสื่อมวลชนและภาคประชาชนต้องจับตามอง

 

กรรณิการ์  กิจติเวชกุล:
คง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอฟทีเอเป็นมรดกบาปของระบอบทักษิณ  มันมีข้อกังขามากมาย เช่น เรื่องความไม่โปร่งใส ผลประโยชน์ทับซ้อน  ที่กังวลที่สุดขณะนี้ คือ คณะที่ปรึกษาต่างประเทศ และที่ปรึกษาเศรษฐกิจบางส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างมรดกบาป  พยายามช่วยเหลือในการเซ็นเอฟทีเอโดยละเมิดรัฐธรรมนูญ 

 

ใน เชิงผลประโยชน์ทับซ้อน  ในการเซ็นกับจีน  มีการขยับวงโคจรของไอพีสตาร์  และบางกลุ่มทุนได้ข้อมูลภายในจากการเซ็น  สามารถส่งสินค้าไปได้ง่ายดายโดยไม่ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด  ในเอฟทีเอกับออสเตรเลีย  ทำให้กลุ่มไอพีสตาร์ตั้งสถานีภาคพื้นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้  สินค้าที่ขายดิบขายดีคือ การส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์  ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่ผูกพันกับรัฐบาลชุดที่แล้ว  มีการนำเข้าสินค้าราคาถูก เช่น เหล็ก ทองแดง  ซึ่งผู้ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเปิดโรงงานไว้ล่วงหน้า  ดังนั้น จึงน่าสนใจว่ามีการใช้ข้อมูลภายในหรือไม่  รวมทั้งตั้งแต่มีเอฟทีเอ  อุตสาหกรรมแปรรูปนมจำนวนมากไม่ยอมใช้นมดิบของเกษตรกรไทยอีกเลย 

ใน วันเดียวกันกับที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯประนามการรัฐประหารในไทย  ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศท่าทีว่าพร้อมที่จะเดินหน้าเจรจาถ้ามีรัฐบาลโดยไม่ได้บอกว่ารัฐบาล ต้องมาจากประชาชนหรือไม่  ย้อนหลังในปี 2535 รัฐบาลรสช. ที่มีคุณอานันท์เป็นนายกรัฐมนตรี  ช่วงนั้น สหรัฐฯกดดันไทยเพื่อจะตัดสิทธิจีเอสพี  โดยต้องการให้ไทยแก้พรบ. สิทธิบัตร  จริงๆแรงกดดันมีมาตั้งแต่ช่วงยุครัฐบาลพลเอกเปรม  แต่นักวิชาการและภาคประชาสังคมส่งข้อมูลเรื่องผลกระทบไปให้  ช่วงพลเอกชาติชาย มีนักกิจกรรมและงานวิจัยหลายชิ้นออกมาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น  แต่เมื่อมีการรัฐประหาร  รัฐบาลรัฐประหารต้องการสร้างการยอมรับจากต่างประเทศ  ให้เห็นว่าเป็นรัฐบาลโลกาภิวัฒน์  ดังนั้น จึงยอมแก้ไข พรบ. สิทธิบัตร  จะเห็นว่ารัฐบาลยุคก่อนๆมีการยอมรับว่าจะมีผลกระทบ  แต่รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารจะมีความอ่อนไหวต่อการยอมรับของนานาประเทศ  ดังนั้น เราไม่อยากให้ปี 2549 เป็นเหมือนปี 2535  แต่เมื่อดูคณะที่ปรึกษาเราค่อนข้างวิตกกังวล  เพราะนอกจากจะสร้างมรดกบาปแล้ว  ยังไม่มีความกล้าทางจริยธรรมในการออกมาบอกถึงผลกระทบที่แท้จริงที่จะมีต่อ ประเทศ  บางส่วนเห็นว่าฝรั่งเป็นพระเจ้า  อีกประการสำคัญ คือ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามีการแก้ไขพรบ.สิทธิบัตร  ที่ผ่านมา รัฐบาลทักษิณไม่ยอมเอาเอฟทีเอเข้าสู่การพิจารณารัฐสภา  ขณะเดียวกันก็มีการแก้กฎหมายไว้ก่อนเพื่อรองรับเอฟทีเอ  หนึ่งในนั้นคือ พรบ.สิทธิบัตร  ร่างสุดท้ายขณะนี้อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์และกำลังจะส่งเข้า ครม. มีข้อเรียกร้องของสหรัฐฯที่ยื่นในการเจรจารอบ 6 ที่ผ่านมาบรรจุอยู่ไม่ต่ำกว่า 80% รวมถึงเรื่องที่ใหญ่ที่สุด คือการตัดการคัดค้านก่อนการออกสิทธิบัตร  หรือ pre-grant opposition

เมื่อ เดือนกว่าที่ผ่านมา  กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ไปประท้วงบริษัท GSK เพราะมีการนำยาเก่ามารวมเป็นยาใหม่  มีการคัดค้านมาโดยตลอด โดยการยื่นคัดค้านตามกฎหมาย  แต่พรบ.ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. นั้นกำลังจะเอาเรื่องการคัดค้านก่อนการให้สิทธิบัตรออก  โดยอ้างว่าจะเป็นสากล  แต่จริงๆแล้ว ทุกประเทศมีกระบวนการเรื่องการคัดค้านการออกสิทธิบัตรทั้งสิ้น ยกเว้นสหรัฐฯและประเทศที่ทำเอฟทีเอกับสหรัฐฯไปแล้ว


หมวดหมู่ของเนื้อหาในเว็บ: