ประกาศคว่ำบาตรรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ลงนามเอฟทีเอไม่ฟังเสียงประชาชน พิสูจน์ธาตุแท้เผด็จการแบบไหนก็อีหรอบเดียวกัน

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นรัฐบาลชั่วคราวที่มิได้มาตามครรลองประชาธิปไตย หากมาจากการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ประชาชนต่างคาดหวังว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามสัญญาประชาคมเฉพาะกิจที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน นั่นคือ ชำระสะสางปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในยุคของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นกับชนทุกหมู่เหล่า นำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม แต่แล้วในช่วงระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ จะขาดความเอาจริงเอาจังในการผลักดันพันธกิจดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วง ยังกลับทำให้ปัญหาต่างๆลุกลามบานปลายมากยิ่งขึ้น กรณีที่รัฐบาลทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น โดยไม่ฟังเสียงประชาชน นับได้ว่าเป็นกรณีที่ขาดความชอบธรรม เพราะ เป็นการกระทำที่ปราศจากหลักธรรมาภิบาล ปิดบังข้อมูลความเป็นจริง ขาดความโปร่งใส หมิ่นเหม่ต่อการทุจริตประพฤติมิชอบในทางนโยบาย เฉกเช่นเดียวกับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่ถูกคณะทหารโค่นล้มไปแล้ว เป็นการกระทำนอกลู่นอกทางจากกรอบพันธกิจที่เคยประกาศเป็นพันธสัญญาไว้กับประชาชน อันจะนำมาซึ่งความไม่สมานฉันท์ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลอย่างแน่นอน การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น เป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลที่จะทำข้อตกลงระหว่างประเทศเช่นนี้ได้ จะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การศึกษาวิจัยอย่างละเอียดถึงผลประโยชน์ ผลกระทบทุกๆด้านจากนักวิชาการอิสระ และมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม เป็นจริง และกว้างขวาง การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่มุ่งแต่ผลประโยชน์ตัวเลขทางเศรษฐกิจจากเรื่องการส่งออก โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ย่อมขัดกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลชั่วคราวชุดนี้เคยประกาศไว้ ผลกระทบของข้อตกลงนี้จะทำให้ญี่ปุ่นนำขยะและของเสียอันตรายเข้ามาทิ้งในประเทศไทย เปิดช่องให้ต่างชาติยึดครองทรัพยากรชีวภาพและผูกขาดพันธุ์พืช จำกัดมาตรการบังคับใช้สิทธิทำให้ยามีราคาแพง ลิดรอนอำนาจอธิปไตยของรัฐจากข้อบัญญัติในการคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนทำให้คนต่างชาติเข้ามาแย่งชิงการใช้บริการด้านสาธารณสุขในประเทศไทยและส่งผลกระทบต่อคนยากจนโดยไม่มีมาตรการและกระบวนการใดๆมารองรับผลกระทบ ด้วยเหตุผลดังกล่าว พวกเรา ซึ่งเป็นประชาชนจากหลายภาคส่วนทั้งที่เป็นเกษตรกร ผู้บริโภค ผู้รับบริการด้านสาธารณสุข พี่น้องสลัมในเมือง และองค์กรที่ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศจึงมาชุมนุมกัน ณ ที่นี้ เพื่อทำพิธีสักการะบวงสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อันมี พระแก้วมรกต พระสยามเทวาธิราช ศาลหลักเมือง และ ดวงวิญญาณแห่งบรรพชน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดคุ้มครองป้องกันประเทศไทยปลอดพ้นจากภัยพิบัติอันเกิดจากโลภาคติ และโมหาคติของรัฐบาล ข้าราชการ และกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่นโดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายใหญ่หลวงที่จะเกิดแก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ โปรดประทานกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาในการต่อสู้ด้วยพลังจิตใจที่บริสุทธิ์ ช่วยดลให้ผู้บริหารประเทศกลับใจ ยกเลิกการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น ช่วยดลให้กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์อย่าได้เพียงแต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แต่ให้มองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ที่จะได้รับผลกระทบและความเสียหายต่อส่วนรวมในระยะยาวด้วย เราขอประกาศว่า จะเดินหน้าคัดค้านข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่นและไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ที่จะลงนามในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2550 อย่างถึงที่สุด 1 เมษายน 2550 ศาลหลักเมือง

เอฟทีเอรายประเทศ: 
หมวดหมู่ของเนื้อหาในเว็บ: