ไอยูยูทำป่วนปลาป่น-น้ำปลาขาดวัตถุดิบ

นายสงวนศักดิ์ อัครวรินทร์ชัย นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย กล่าวถึงกรณีสหภาพยุโรป (อียู) สั่งให้ไทยแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและขาดการควบคุม (ไอยูยู) ว่าขณะนี้ เรือประมงไทยหยุดทำการประมงไป 4,000-5,000 ลำ เหลือยังออกทะเลอยู่เพียง 2,500 ลำเท่านั้น ส่งผลให้ปลาป่นที่จะนำมาทำเป็นอาหารสัตว์หายไปจากระบบกว่าครึ่ง

"ปกติจะมีปลาป่นในระบบถึง 5 แสนตันต่อปี ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตไม่เกิน 3 แสนตัน นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตน้ำปลามาขอซื้อปลาจากโรงงานผู้ผลิตปลาป่นเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำปลา เนื่องจากเรือที่เคยออกหาปลากะตักไม่สามารถออกได้ เพราะห้ามปั่นไฟในเวลากลางคืนและจับปลาแบบอวนล้อม ซึ่งเป็นวิธีการจับปลากะตัก"

นายสงวนศักดิ์กล่าวและว่า ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลต่อราคาและการผลิตน้ำปลาในอนาคต รวมทั้งคุณภาพน้ำปลาด้วย เพราะปกติแล้วโรงงานน้ำปลาจะใช้ปลากะตักที่อยู่ในทะเลเพียง 1-2 วันทำให้ปลาคงความสดไว้ได้ ขณะที่ปลาจากเรือประมงของผู้ผลิตปลาป่นจะใช้อวนลากที่ใช้เวลาอยู่ในทะเลนานกว่าทำให้วัตถุดิบไม่สดเท่า

จึงต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการให้เรือประมงที่ยังไม่มีอาชญาบัตรเรือสามารถออกทำการประมงได้ชั่วคราว แต่หากไม่ได้ดำเนินการใดๆ ก็คาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการโรงงานปลาป่นไทยที่เป็นสมาชิกสมาคมอยู่ 70 แห่งค่อยๆ หายไปจากระบบ เพราะขาดแคลนวัตถุดิบที่จะนำเข้าสู่โรงงานเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์

ด้านนางวราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าหลังจากตั้งศูนย์ควบคุมการเข้า-ออกของเรือประมง (PIPO) กระจายตัวอยู่ตามชายฝั่งทะเลทั้ง 22 จังหวัด จำนวน 28 ศูนย์ ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องขอบเขตและหน้าที่ตามเงื่อนไขตามกฎหมายของกรมประมงในการตรวจสอบเรือประมง

นอกจากนี้ หาแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมไปถึงการเสริม ทักษะด้านการฝึกอบรมการตรวจบนเรือ การตรวจสัตว์น้ำ การตรวจเครื่องมือ ชนิดสัตว์น้ำว่าเหมาะสมกับเครื่องมือที่มีอยู่ และปริมาณสัตว์น้ำที่สอดคล้องกับเครื่องมือการจับสัตว์น้ำ เป็นต้น

แหล่งข่าว: 
ข่าวสด

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด