สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียยังไม่มีทีท่าจะว่าเบาบางลง

สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียยังไม่มีทีท่าจะว่าเบาบางลง โดยขณะนี้ไฟได้ลุกลามไปยังเขตอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติและเขตป่าสงวนแล้ว ทั้งนี้ พื้นที่ป่าสงวนสุไหง ปุตรี และเปมาตัง เกดุงซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีอุรังอุตังอยู่มากที่สุดในเมืองเกตาปังในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ของ ‪#‎InternationalAnimalRescue‬ หรือไอเออาร์ต้องทำการดับไฟด้วยเครื่องฉีดน้ำแบบเคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลืออุรังอุตังที่ติดอยู่ในพื้นที่

นายคาร์เมล ลาโน ซานเชส ผู้อำนวยการโครงการของไอเออาร์ที่อินโดนีเซียบอกว่า ทางองค์กรได้พยายามรักษาสภาพเขตที่อยู่อาศัยของอุรังอุตังเพื่อให้มันได้อยู่อย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้พื้นที่เหล่านี้กลับไม่ปลอดภัยสำหรับพวกมันอีกแล้ว โดยพบว่าอุรังอุตังและสัตว์อื่น ๆ บ้างก็ถูกเผาทั้งเป็น บ้างก็อดอาหารตาย หรือบางตัวก็ถูกไล่ที่จนต้องไปอยู่ในเรือกสวนไร่นาหรือตามหมู่บ้านซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต จนถึงบัดนี้ไม่รู้ว่ามีอุรังอุตังตายไปแล้วกี่ตัว แต่หากประชากรอุรังอุตังลดจำนวนลงมากก็อาจส่งผลให้มันสูญพันธุ์เร็วขึ้น

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตไฟป่าปะทุขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ทีมงานไอเออาร์ในเมืองเกตาปังได้ช่วยชีวิตอุรังอุตังไว้แล้ว 14 ตัว มีทั้งที่ต้องดึงออกมาจากกองเพลิงหรือที่ช่วยออกมาจากป่าที่ไฟกำลังคุกรุ่น ในจำนวนนี้มีอุรังอุตังแม่ลูกซึ่งถูกชาวบ้านรุมเอาสิ่งของขว้างปาใส่และพยายามจับมัดแม่อุรังอุตังซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ของไอเออาร์ไปถึงจึงได้ให้ยาสลบ และนำตัวไปยังเขตอนุรักษ์ของบริษัทผลิตน้ำมันปาล์ม PT Kayung Agro Lestari เพื่อตรวจดูอาการอีกราว 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีอุรังอุตังแม่ลูกอีกคู่หนึ่งซึ่งหลังจากได้ช่วยชีวิตออกมาจากสวนยางที่กำลังลุกไหม้แล้ว ทีมงานพบว่ามันมีรอยไหม้ที่เท้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันวิ่งลุยออกมาจากพื้นที่ลุกเป็นไฟ

นายซานเชสบอกด้วยว่า นี่เป็นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่ามันเป็นภัยพิบัติอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศวิทยาในระดับที่เลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก ส่วนตัวเขาเกรงว่านี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับอุรังอุตัง และหากไม่มีการจัดการแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็อาจจะสายเกินไปในที่สุด

แหล่งข่าว: 
BBC Thai

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด