พร้อมเปิดประชาคมอาเซียน เตรียมลงนามปฏิญญาในการประชุมสุดยอดผู้นำ

ไทยเดินหน้าเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดประชาคมอาเซียนปลายปีนี้ กต.เผย “บิ๊กตู่” และผู้นำ 10 ประเทศมีกำหนดลงนามเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการในการประชุมอาเซียนซัมมิต 21-22 พ.ย. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

นายจักรกฤษณ์ ศรีวลี อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความพร้อมของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่มีกำหนดจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 นี้ว่า ที่ผ่านมาทางภาครัฐได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในหลายด้าน มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการขับเคลื่อน เช่น คณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยได้มีความพยายามสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายรับทราบว่า ต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดประชาคมอาเซียน และหลีกเลี่ยงผลเสียที่จะตามมา

นอกจากนี้ ทางภาครัฐยังได้มีการดำเนินการบูรณาการเรื่องงบประมาณระหว่างหน่วยราชการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการต่างๆ ซับซ้อนน้อยที่สุด สามารถใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ขณะที่ในด้านกฎหมาย มีการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สอดคล้องกับกฎกติกาใหม่ของอาเซียน ซึ่งกระบวนการรวบรวมกฎหมายจากหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องดำเนินตามพันธกรณี หรือกฎหมายที่ต้องปรับเปลี่ยนก่อนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเสร็จสิ้นแล้ว

ในส่วนของภาคประชาชน ได้มีการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนมากที่สุดผ่านหลายโครงการ เช่น อาเซียนโรดโชว์ไปให้ความรู้กับประชาชนในต่างจังหวัด โครงการห้องสมุดอาเซียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โครงการอาเซียนสัญจร เป็นต้น อีกทั้งเข้าไปพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคในลักษณะของการสื่อสารแบบ 2 ทาง ไม่ใช่เพียงบอกเล่าให้ฟังแต่ยังรับฟังด้วยว่าประชาชนคาดหวังและกังวลอย่างไรกับอาเซียนบ้าง ซึ่งเป็นเวทีที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์กลับมา

สำหรับก้าวต่อไปในการสร้างความเข้มแข็งให้กับภูมิภาคหลังจากการเปิดประชาคมอาเซียน นายจักรกฤษณ์มองว่าแต่ละประเทศต้องเดินหน้าพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งภายใน เพราะในระดับระหว่างประเทศมีกรอบความร่วมมือด้านต่างๆ อยู่แล้ว แต่การพัฒนาภายในประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างเช่นประเทศไทย การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง การใช้ภาษาอังกฤษต้องมีการพัฒนา

ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิต ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 21-22 พฤศจิกายนนี้ ผู้นำทั้ง 10 ประเทศสมาชิกจะมีการลงนามปฏิญญาการจัดตั้งประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งจะมีการประกาศวิสัยทัศน์ของประชาคมอาเซียนปี 2568 ตลอดจนลงนามในแผนงาน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียนในระยะเวลา 10 ปีด้วย

ขณะเดียวกัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสนี้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้นำประเทศต่างๆ ในเรื่องของการส่งเสริมให้ภูมิภาคอาเซียนมีความเข้มแข็งและยั่งยืน การมีส่วนร่วม และบทบาทบนเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้งจะมีการพูดคุยในเรื่องของความท้าทายจากการรวมตัวและการเชื่อมโยงภายในภูมิภาค รวมถึงความสัมพันธ์กับภาคีภายนอก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดหารือทวิภาคีร่วมกับประเทศคู่เจรจาต่อเนื่องจากเวทีการประชุมเอเปก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ด้วย โดยนายชุตินทร คงศักดิ์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมเอเปก พล.อ. ประยุทธ์จะมีโอกาสร่วมหารือนอกรอบกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย รวมถึงผู้นำของฮ่องกง ปาปัวนิวกีนี เม็กซิโก และโคลอมเบีย

ส่วนประเด็นสำคัญของการประชุมเอเปกในปีนี้ จะมีการพูดคุยถึงการจัดทำกรอบข้อตกลงการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หรือ FTAAP โดยประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนเสนอมาแล้วตั้งแต่ปี 2547 แต่เพิ่งมีการหารือกันอย่างจริงจังในปีที่ผ่านมา และได้มอบหมายให้ระดับเจ้าหน้าที่จัดทำแผนงานเพื่อนำเสนอในปีหน้า (2559) โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงการค้าเสรีระดับพหุภาคีที่มีอยู่แล้ว เช่น ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) หรือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

สำหรับประเด็นอื่นๆ ที่ประชุมจะหารือกันถึงกรอบความร่วมมือด้านธุรกิจบริการในกลุ่มเอเปก เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านธุรกิจด้านบริการ ความร่วมมือทางด้านการเงินและการคลัง (CEBU Action Plan) ซึ่งรวมถึงการร่วมมือในการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนที่จะช่วยให้สามารถระดมทุนในภูมิภาคได้ง่ายขึ้น การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ผ่านทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทักษะแรงงาน และการส่งเสริมการศึกษา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,105 วันที่ 15 – 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หมวดหมู่ของข่าว: 
แหล่งข่าว: 
ประชาชาติธุรกิจ

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด