เอเปกถึงอาเซียน

ประตูสู่เออีซี

งานประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกปีนี้ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากเศรษฐกิจที่เป็นประเด็นหลักแล้ว ปัญหาความมั่นคงในทะเลจีนใต้ยังได้รับความสนใจไม่น้อย

เพราะในจำนวน 21 เขตเศรษฐกิจเอเปกหรือกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกนั้น มีสมาชิกหลายประเทศที่เกี่ยวพันความขัดแย้งพื้นที่พิพาท อย่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังรวมถึงจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน ทั้งในกรณีหมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะพาราเซล และหมู่เกาะเซ็งกากุหรือเตียวหยู

ที่สำคัญคือ สหรัฐอเมริกา แม้ไม่ได้ร่วมอ้างสิทธิเหนือดินแดนแถบนี้ แต่สวมบทบาทพี่ใหญ่คอยดูแลน้องๆ รับมือกับมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างจีน โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ก็มาร่วมประชุมด้วย หลายฝ่ายจึงโฟกัสไปที่ประเด็นความมั่นคงในทะเลจีนใต้มากกว่าประเด็นเศรษฐกิจ แม้เจ้าภาพจะกล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะไม่ขอยกประเด็นขัดแย้งมาหารือบนเวทีนี้ก็ตาม

แต่กลับเป็นฝ่ายสหรัฐที่ใช้โอกาสนี้เดินเกมรุกประเทศจีน ประธานาธิบดีโอบามาเปิดฉากการเยือนฟิลิปปินส์ พันธมิตรสำคัญในภูมิภาค ด้วยการประกาศสนับสนุนเงินให้กองทัพหลายประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงญี่ปุ่น เป็นเงินกว่า 250 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 9,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ ไม่ได้รวมประเทศไทย พันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐในเอเชียอยู่ด้วย

เอกสารของทำเนียบขาวระบุว่าเงินเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อพัฒนาความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค และช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษาความมั่นคงทางทะเลต่อภัยคุกคามต่างๆ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างเสริมสมรรถนะกองทัพเรือ คาดกันว่าเพื่อใช้ต้านความแข็งกร้าวของรัฐบาลจีนในทะเลจีนใต้ หลังเพิ่งสร้างเกาะเทียมขยายอาณาเขต

ในการเดินทางมาเยือนฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ผู้นำสหรัฐยังกล่าวเน้นถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคและเสรีภาพในการเดินเรือ

แม้นายโอบามาไม่ได้เอ่ยถึงจีนโดยตรง แต่ก็เดาไม่ยากว่าใครคือผู้ที่นายโอบามาต้องการสื่อถึง นอกจากเงินจำนวนมากที่ทุ่มให้กับหลายประเทศในกรณีนี้แล้ว ผู้นำสหรัฐยังประกาศมอบเรือ 2 ลำ ให้แก่ฟิลิปปินส์ ตอกย้ำการสนับสนุนประเทศพันธมิตรรับมือภัยคุกคามทางทะเล

อีกประเด็นที่ควรจับตาคือสหรัฐที่จะหวนกลับไปตั้งกองทัพที่ฟิลิปปินส์อีกครั้ง ซึ่งหากทำได้จริงนโยบาย "ปักหไมุดในเอเชีย" เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับจีนของสหรัฐคงจะก้าวหน้าไปอีกขั้น

หมวดหมู่ของข่าว: 
แหล่งข่าว: 
ข่าวสด

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด