เลื่อนลงนามอัพเกรด "จีน-อาเซียน FTA" ตกปมรายละเอียดสำคัญ

สำนักข่าวแชแนล นิวส์ เอเชียรายงานความคืบหน้าการประชุมระดับผู้นำชาติสมาชิกอาเซียน หรือ "อาเซียน ซัมมิต" ว่า ชาติสมาชิกอาเซียนและจีน ตัดสินใจเลื่อนพิธีการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีจีน-อาเซียน (ASEAN-China Free Trade Area : ACFTA) ฉบับปรับปรุง ซึ่งมีกำหนดลงนามในวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังมีปัญหาในเรื่องประเด็นการเจรจาที่สำคัญยังไม่สามารถหารือได้อย่างลงตัว โดยข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างจีน-อาเซียน ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2547 ถือเป็นข้อตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของจีน

นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในข้อตกลงดังกล่าว ยังมีรายละเอียดที่สำคัญเล็กน้อยที่ต้องแก้ไข และผู้นำชาติสมาชิกอาเซียน และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนยังไม่พร้อมจะลงนามในข้อตกลงดังกล่าวตามกำหนดการ แต่เชื่อว่าจะสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างเร็วที่สุด และแนะว่า อาเซียนและจีนควรเปิดเสรีข้อตกลงด้านการเดินทางทางอากาศให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมนโยบาย "เส้นทางสายไหมทางทะเล" ของรัฐบาลจีนในทศวรรษที่ 21

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ยังระบุว่า อาเซียนและจีน ยังมีความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ อีกมาก นอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจ เช่น การศึกษา การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งนายลีเอง สนับสนุนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน-จีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพของจีนในการจัดประชุมระดับผู้นำ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 25 ปีของอาเซียนและจีน และการแต่งตั้งให้ปี 2559 เป็น "ปีแห่งการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา"

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์ระบุว่า ความสัมพันธ์ของอาซียนและจีนนั้นไม่ควรถูกทำลายเพียงเพราะความขัดแย้งเพียงไม่กี่เรื่อง โดยจีนและอาเซียนต่างมีผลประโยชน์ในทางที่สอดคล้องกัน และจีนเองก็มีบทบาทในเชิงบวกกับภูมิภาค ทั้งยังเป็นผู้สร้างสันติภาพและความมั่นคง ด้วยความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย น่าจะทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีรูปธรรม อันเป็นเครื่องสะท้อนความสัมพันธ์ที่อาเซียนและจีนมีร่วมกัน

ทั้งนี้ ในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ นายกลีของสิงคโปร์ระบุว่า ชาติสมาชิกเห็นชอบกับการร่างแนวทางปฏิบัติ (Code of Conduct) ซึ่งช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถหารือกัน โดยหวังว่าจะสามารถปรึกษากันในเรื่องโครงสร้างและรายละเอียดของแนวทางปฏิบัติในขั้นต้นได้ในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการขยายความข้อตกลงการปฏิบัติเมื่อปะทะกันทางทะเลโดยไม่ตั้งใจ (Code of Unplanned Encounters at Sea : CUES) ซึ่งปัจจุบันบังคับใช้กับเรือลาดตระเวณของกองทัพเรือชาติสมาชิก ให้ครอบคลุมเรือลาดตระเวณของยามฝั่งด้วย โดยในฐานะสมาชิกอาเซียน สิงคโปร์จะพยายามดำเนินบทบาทของตัวกลางที่ซื่อตรง ไม่เลือกข้างและโปร่งใสสำหรับทุกฝ่ายในการเจรจา

หมวดหมู่ของข่าว: 
แหล่งข่าว: 
ประชาชาติธุรกิจ

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด