ประธานองคมนตรีชี้บ้านเมืองยังมีปัญหาทุกวันนี้เพราะขาดการน้อมนำปรัชญาคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ทำให้เกิดกิเลส-โลภไม่รู้จักพอ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานมอบรางวัลผลงานเรียงความยอดเยี่ยมและดีเด่น เรื่อง "ตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงที่ข้าพเจ้ารู้จัก" ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา
ประธานองคมนตรีกล่าวตอนหนึ่งถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า ทฤษฎีใหม่หรือเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงรับสั่งใหม่ๆ มีคนจำนวนมากที่เข้าใจไม่ตรงกับพระราชประสงค์ โดยผู้มีความรู้มากๆ ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร เมื่อมีการศึกษาและเวลาผ่านไปมีคนเริ่มเข้าใจในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงพระราชทาน เพราะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกระดับ
รัฐบุรุษกล่าวว่า พระองค์ทรงออกเยี่ยมราษฎรตลอด 40-50 ปีที่ผ่านมา และให้ความสำคัญกับการยกระดับคนจนซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือประชาชน จึงทรงพระราชทานทฤษฎีใหม่เพื่อขยายทำให้คนไทยหายยากจน โดยเริ่มจากชุมชนทหารแถว จ.อุดรธานี และหน่วยทหารได้นำพระราชปณิธานไปปฏิบัติให้เกิดเป็นความจริง จนขณะนี้ประชาชนหายยากจนและเริ่มพอมีพอกิน เรียงความในครั้งนี้จึงช่วยเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้เศรษฐกิจระดับชาติก็นำทฤษฎีเหล่านี้มาใช้จนได้ผล เพราะถือว่าไม่เป็นความคิดที่ล้าสมัย แต่เป็นความคิดสมัยใหม่กับประเทศของเรา
"ที่สำคัญคือทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอกจากทำให้มีความเป็นอยู่ที่พอเพียง พระองค์ยังสอนไม่ให้เรามีกิเลสแฝงไว้ในคำสอน ดังนั้นคนมีกิเลสคงทำเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ เพราะมีความต้องการมากกว่านั้น เราจึงนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพราะเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ซ่อนไว้ซึ่งความไม่มีกิเลสและความโลภ แต่ที่บ้านเมืองเกิดปัญหาทุกวันนี้เพราะมีกิเลสและความโลภ" ประธานองคมนตรีกล่าว