ประชาไท 22 ก.ค. 51 - จากการที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ พูดผ่านรายการสนทนาประสาสมัคร ทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีทีถึง 2 สัปดาห์ เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้สำเร็จนั้น ล่าสุดคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการประชุมและ มีความเห็นตรงกันทุกพรรคว่า จะเร่งยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อเสนอให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณา
วิปรัฐบาลเห็นชอบเร่งแก้ รธน.
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานวิปรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โดยนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาล เป็นประธานการประชุม ภายหลังการประชุมนายสามารถ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้หารือถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าควรมีการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญทันทีที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เสนอ ยกเว้นพรรคเพื่อแผ่นดินที่ขอให้รอดูเหตุการณ์ไปก่อน เพราะยังกังวลว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปลุกระดมมวลชนขึ้นมาอีก แต่ทุกพรรคเห็นว่าอย่าไปมอง กลุ่มพันธมิตรฯเป็นเงื่อนไขในการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญมีปัญหาต้องแก้ไข แต่ให้คำนึงถึงผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 สภาผู้แทนราษฎรด้วย
นายสามารถกล่าวว่า เบื้องต้นประเด็นที่ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าควรแก้ไข คือ 1. รูปแบบการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ควรหันไปใช้ระบบเขตเดียวเบอร์เดียว ส่วน ส.ส.ระบบสัดส่วน ให้หันกลับไปใช้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเหมือนเดิม แต่อาจแก้ไขเรื่องจำนวนเปอร์เซ็นต์จากเดิมกำหนดไว้ว่า หากพรรคใดได้คะแนน 5% ถึงจะได้ ส.ส. 1 คน เป็นได้คะแนน 1% จะได้ ส.ส. 1 คน 2. การเลือกตั้ง ส.ว.หากจะให้ ส.ว.มี อำนาจถอดถอนได้ควรให้มาจากระบบเลือกตั้งทั้งหมด แต่ถ้าจะให้มี ส.ว.ระบบสรรหาด้วยต้องเปลี่ยนหน้าที่ ส.ว. ให้มีอำนาจเฉพาะเรื่องการกลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น 3. การปรับปรุงรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ควรเขียนให้แคบลง ชัดเจนไม่ใช่เขียนแบบกว้างๆ จนเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงความเห็นว่าจะแก้ มาตราดังกล่าวอย่างไร เพราะต้องระดมความเห็นอีกครั้ง 4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 ควรกำหนดให้การกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นความผิดเฉพาะตัวของบุคคลผู้นั้น ไม่มีผลต่อการยุบพรรค ยกเว้นกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าพรรคมีส่วน ร่วมในการกระทำความผิดร้ายแรง หรือมีพฤติกรรมบ่อนทำลายประชาธิปไตย ก็สามารถยุบพรรคได้
ทางด้านนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้หารือกันถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงบางประเด็นที่จำเป็น เร่งด่วนก่อน เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ไม่ควรแก้ทั้งฉบับ เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นมาอีก ที่ประชุมวิปรัฐบาลจึงมีมติให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้นำคณะอนุกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ของวิปรัฐบาล ที่เคยยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไว้ มาทำหน้าที่เป็นคณะทำงานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพราะเคยยกร่างมาก่อน น่าจะใช้เวลาศึกษาปัญหาการใช้ รัฐธรรมนูญไม่นาน จากนั้น ให้นำผลสรุปของคณะทำงาน ชุดดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของวิปรัฐบาลในกลางเดือน ส.ค.จะได้เริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550
ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน ในฐานะวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เรือไทยและความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น โดยตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันว่าเข้าข่ายว่านำเข้าขอความเห็นชอบรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรค 2 หรือไม่ เนื่องจากเป็นการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ จึงมีมติให้ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการต่างประเทศ นำกลับไปศึกษาก่อนว่าจะต้องนำเรื่องเข้าไปขอความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ได้ไปลงนามในเนื้อหา เมื่อวันที่ 11เม.ย.2550 ที่ผ่านมา กรณีเช่นนี้เมื่อนำเรื่องเข้าสู่สภาจะเกิดกรณีปัญหาของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ หรือไม่
นายสุชาติกล่าวว่า สิ่งที่ประธานวิปรัฐบาลเป็นห่วงคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการเผชิญหน้ากันระหว่างฝ่ายพันธมิตรฯกับฝ่ายประชาชน เกรงว่าจะเป็นเหมือนกรณีเขาพระวิหารที่คนไทยเอาธงชาติมารบกันเองโดยที่กัมพูชานั่งมองดูแล้วหัวเราะถามว่าคนไทยฆ่ากันเองใครได้ประโยชน์ คนที่เสียประโยชน์คือประเทศ จึงได้เสนอประธานวิปรัฐบาลว่าวิปรัฐบาลควรเป็นกันชนให้รัฐบาลดูแลการบริหารประเทศ และจะต้องหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาประเทศได้อย่างไร วันนี้ต้องนำเรื่องเข้าสู่สภา คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์อย่าเล่นการเมืองมากเกินไป อย่างที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายกฯทำไม่ได้ก็ลาออก ถามว่าจะเอาใครมาเป็น จะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นนายกฯหรือ แล้วถ้าแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนกรณีการยื่นถอดถอนองค์กรอิสระนั้น ที่ประชุมวิปรัฐบาลไม่ได้มีการหารือ เพราะประธานวิปเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของพรรคหรือของ ส.ส.
ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะรองโฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้รัฐบาลหรือพรรคพลังประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน แต่รอจังหวะว่าจะยื่นญัตติได้เมื่อไหร่ตามรัฐธรรมนูญ 291 โดยจะมีการแก้ไข 5-6 ประเด็น ไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับ ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าพรรคได้ยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 และได้ล่ารายชื่อ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว นายบุญจงตอบว่า ถูกต้อง วันนี้ พร้อมแล้ว รอเพียงจังหวะเวลาที่จะเปิดสมัยประชุมเท่านั้น (ที่มา - ไทยรัฐ)