นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการเดินทางไปพบปะผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ของฮ่องกงว่า ผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ทั้ง 4 ราย แสดงความมั่นใจว่าส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยจะกลับมาได้ในเร็วๆ นี้ หลังจากไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดบางส่วนให้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม เพราะในช่วงที่ผ่านมาราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก ทำให้ภัตตาคาร/ร้านอาหารจำนวนมากที่ใช้ข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมปทุมธานี ลดต้นทุนด้วยการหันไปซื้อข้าวราคาถูกจากเวียดนามแทน</p>
<p>"สาเหตุที่ผู้นำเข้ามั่นใจว่าส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยและข้าวหอมปทุมธานีจะกลับมา เพราะขณะนี้ราคาข้าวไทยลดลงมากจากช่วงก่อนหน้า และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ทำให้ภัตตาคาร/ร้านอาหารหันกลับมาใช้ข้าวไทยเช่นเดิม เพราะคุณภาพมีเหนือกว่าข้าวของคู่แข่งมาก" นายสุรศักดิ์กล่าว</p>
<p>สำหรับการเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ขณะนี้กรมมีสัญญาจีทูจีฉบับเดียวคือกับจีนปริมาณ 1 ล้านตัน ได้ส่งมอบงวดแรกไปแล้ว 100,000 ตัน และยังมีอีกหลายประเทศสนใจจะซื้อข้าวจีทูจีจากไทย โดยเดือน พ.ค. กรมจะเดินทางไปเจรจาขายข้าวกับบางประเทศในแอฟริกา รวมถึงตะวันออกกลาง โดยคาดว่าปีนี้จะส่งออกข้าวได้แน่ 8-10 ล้านตัน ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มระบายข้าวเดือน ต.ค.2554 จนถึงปัจจุบัน ได้คืนเงินให้คลังแล้วกว่า 200,000 ล้านบาท</p>
<p>ด้านสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานสถานการณ์ส่งออกข่าวในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2557 (ม.ค.-มี.ค.) มีปริมาณ 2.2 ล้านตัน มูลค่า 37,607 ล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้น 43.3% มูลค่าเพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปี 2556 ที่ส่งออก 1.5 ล้านตัน มูลค่า 33,165 ล้านบาท ประเทศผู้นําเข้าข้าวไทย 5 อันดับแรก 1.ไอวอรีโคสต์ 174,295 ตัน 2.จีน 151,262 ตัน 3.เบนิน 147,033 ตัน 4.แคเมอรูน 129,804 ตัน 5.ไนจีเรีย 128,633 ตัน