สศค. ฟันธงศก.ไทยผ่านจุดเลวร้ายแล้ว หลังไตรมาสแรกหด 0.2% คาดไตรมาส 4 กู้ชีพโต 7.3 % แต่หากการเมืองพ่นพิษซ้ำศก.ปี 58 น็อก ! ผู้ว่าการ"ประสาร"เชื่อศก.ไตรมาส 2 ดีขึ้น ยันส่งออกทั้งปียังโตได้ 4.5% พร้อมทบทวนเป้าจีดีพีใหม่ 18 มิ.ย.นี้ คาดโตต่ำกว่า 2.7% เหตุเบิกจ่ายล่าช้า –บริโภค/ลงทุนชะลอตัว altเผย 7 เดือนเม็ดเงินเบิกจ่ายงบปี 57 ยังแค่ 53.64% ขณะที่งบลงทุนอืดใช้เพียง 1.67 แสนล้านบาท จากเม็ดเงิน 4 แสนล้านบาท ด้าน รองผอ. มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ท้าต่อให้จัดตั้งรัฐบาลไตรมาส 3 ปีนี้ได้ แต่เบิกจ่ายปี 58 คาดล่าช้า 5-6 เดือน </p>
<p>*ศก.6 เดือนแรกนิ่งหลังQ1ติดลบ
<p>เครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ที่ชะลอตัวมาต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่29 เมษายน 2557 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมไตรมาสแรก ( มกราคม- มีนาคม 2557 )นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและในฐานะรองโฆษก สศค. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยทางการเมืองที่ยืดเยื้อจนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุนชะลอตัวลงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้าไทยหดตัวลง ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงตามทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่นเดียวกับภาคส่งออก</p>
<p>ดังนั้นครึ่งแรกปีนี้ สศค.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะไม่ขยายตัว แต่หากปัญหาทางการเมืองคลี่คลายสามารถจัดตั้งรัฐบาลในได้ภายในไตรมาส3 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวอย่างมากในไตรมาส 4 ปีนี้ จากปัจจัยหลักคือ 1.ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและเอกชนกลับมาเต็มที่ 2.การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 เป็นไปตามเป้าหมายเดิม โดยที่ไตรมาสแรกของงบประมาณปี 2558 ( 1 ตุลาคม 2557-31 ธันวาคม 2557 ) จะใช้งบปี 2557ไปพลางก่อน </p>
<p>*สศค.ฟันธงศก.ผ่านจุดเลวร้ายแล้ว</p>
<p>ฉะนั้นเบื้องต้นสศค. ยังยืนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 2.6% ในสภาวะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ส่วนมาตรการการคลังที่ทำอยู่ก็คือการใช้กลไกของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (แบงก์รัฐ) เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งในเรื่องการเข้าช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 ให้ได้ตามเป้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้หน่วยงานจัดเก็บ 3 กรมภาษี </p>
<p>"เศรษฐกิจไทยจากนี้ยังพอมีความหวังจากปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวในเดือนเมษายนที่จะกลับมาเป็นบวก หลังนานาประเทศประกาศลดระดับคำเตือนสถานการณ์ฉุกเฉินต่อการเข้ามาประเทศไทย และการส่งออกที่คาดว่าทั้งปีจะยังขยายตัวได้ 5% มีสัญญาณการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่นต่อเนื่อง รวมทั้งเศรษฐกิจใหม่ขยายตัวในกลุ่มประเทศ CLMV แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะมีสัญญาณชะลอตัวลงและยังมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางก็ตาม " นางสาวกุลยา กล่าวและว่า </p>
<p>สศค. ยังเชื่อมั่นบนความท้าทาย โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกนี้ไปแล้ว และสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ สศค. ประเมินไว้ ประกอบเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง สถาบันจัดอันดับต่างชาติ มูดี้ส์และเอสแอนด์พี ยังคงอันดับของไทยไว้เดิม ดังนั้นรอเพียงสถานการณ์การเมืองคลี่คลายและความเชื่อมั่นกลับคืนมา เศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินต่อไปทันที "</p>
<p>*คาดQ4 ศก.โตสูงสุดที่ 7.3%</p>
<p>ทั้งนี้สศค. ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้บนสมมติฐานว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาส 3ของ ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวทั้งปีที่ 2.6% โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัว -0.2% ,ไตรมาส 2 โตที่ 0.4% ,ไตรมาสมาส 3 ที่ 2.8% และไตรมาส 4 จะขยายตัวถึง 7.3%</p>
<p>อย่างไรก็ดีหากปัจจัยการเมืองยืดเยื้อและไม่เป็นไปตามสมมติฐานของ สศค. จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยลามไปถึงปี 2558 จากปีนี้ที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจชะลอส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ ที่คาดว่าทั้งปีหายไปถึง 1.5 แสนล้านบาท </p>
<p>*ประสารเชื่อศก. Q2ไม่ติดลบ</p>
<p>ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2ของปีนี้เทียบกับไตรมาสแรกว่าเชื่อว่าจะไม่ติดลบ แม้ว่าไตรมาสแรกของปีนี้เทียบไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วจะติดลบก็ตาม อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.) ครั้งที่ 4 ที่จะถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2557 ธปท.จะทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 2.7% ที่เคยคาดการณ์ไว้แต่เดิม</p>
<p>โดยปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณาคือเรื่องของการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลที่จะต้องล่าช้าออกไปมากกว่า 1 ไตรมาส และด้านของอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>"อุปสงค์ในประเทศที่ลดลงจะส่งผลต่อแนวโน้มของหนี้ภาคครัวเรือน และแนวโน้มของการผิดนัดชำระหนี้ในไตรมาสที่ 2 หรือไม่นั้น เมื่อเปรียบเทียบกับจีดีพีแล้วพบว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพียังมีอัตราส่วนสูงขึ้น แต่หากมองเพียงการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน จะโตในอัตราลดลง เช่น สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ปล่อยโดยภาคธนาคารพาณิชย์ในปีที่ผ่านมาโตประมาณ 15-16% ปัจจุบันลดลงเหลือ 10% และภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างในปัจจุบัน เชื่อว่าครัวเรือนก็น่าจะพักการก่อหนี้ อีกทั้งภาคสถาบันการเงินเองก็ให้ความระมัดระวังปล่อยกู้มากขึ้นอยู่แล้ว"</p>
<p>*ยันส่งออกทั้งปียังตามเป้า 4.5%</p>
<p>ผู้ว่าการธปท.ยังได้กล่าวถึงภาคส่งออกไตรมาสแรกที่ติดลบ (ก.พาณิชย์ระบุ เดือนมีนาคม 2557 เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้วติดลบ 3 % และติดลบ 1 % ในไตรมาสแรกของปีนี้ )ว่า พิจารณาจากแนวโน้ม เชื่อว่าในไตรมาส 2 จะดีขึ้นและส่งออกทั้งปี คาดจะเป็นไปตามที่ธปท.ประมาณการไว้ที่ 4.5% เพราะเท่าที่ติดตามสถานการณ์พบว่าหลายสาขามีการปรับตัวดีขึ้นและทราบข้อมูลจากผู้ประกอบการว่า สาเหตุที่จะช่วยให้ภาคส่งออกระยะต่อไปดีขึ้นก็คือคำสั่งซื้อจากคู่ค้า เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าปรับตัวดีขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนี้ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าไปกว่าสกุลเงินคู่ค้ามากนัก ที่ระดับกว่า32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯถือว่ายังเป็นระดับที่ค่อนข้างเสถียรภาพ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก</p>
<p>นายประสาร ยังได้กล่าวต่อถึงประเด็น เรื่องการคาดการณ์ของมูดี้ส์ต่อเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าเติบโตต่ำกว่า 3% ในปีนี้และปีหน้าว่า การเติบโตที่ต่ำกว่า 3% ในปีนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจ แต่สำหรับการเติบโตในปีหน้านั้น ธปท. กลับเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตกว่า 3% ด้วยซ้ำ เนื่องจากมองว่าปัญหาในปีนี้น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ปีหน้าเมื่อเปรียบเทียบกับปีนี้ มาจากฐานที่ต่ำอยู่แล้ว </p>
<p>"ความกังวลเรื่องของเครดิตเรตติ้ง แบงก์ชาติมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด เพราะมูดี้ส์เองก็ยืนยันอันดับเครดิตของไทยอยู่ เพียงแต่มีการเตือนออกมาว่าหากสถานการณ์ย่ำแย่ลงก็อาจจะมีการปรับลดลง ซึ่งเป็นเรื่องของภาพที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว "</p>
<p>*ลุ้นส่งออก-เบิกจ่ายตัวช่วย</p>
<p>ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ต่ำกว่า 3% แน่นอน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้ไม่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหารประเทศ จึงไม่สามารถใช้เครื่องทางการคลังต่างๆเพื่อมากกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ต้องการได้</p>
<p>อย่างไรก็ดีหากการเบิกจ่ายของรัฐบาลหากเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 90% จะช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ และภาคการส่งออกดีขึ้นจากเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปฟื้นตัว แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัว อาจจะส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยขยายตัวไม่ถึง 5%</p>
<p>ทั้งนี้ตัวเลข 7 เดือนปีงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556- 25 เมษายน 2557 เบิกจ่ายแล้วกว่า53% เป็นงบรายจ่ายประจำ เบิกจ่ายแล้ว 56.97% เป็นเงิน 8.22 แสนล้านบาท จากวงเงินงบรายจ่ายที่ 1.44 ล้านล้านบาท ,ส่วนรายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายแล้ว 1.67 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย 41.66% ของวงเงินงบรายจ่ายลงทุน 4 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบลงทุนกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท สถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมชลประทาน</p>
<p>*เบิกจ่ายงบปี 58 ช้า 6 เดือน
<p>ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถกา รองผู้อำนวยการ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวโน้มว่าการจัดเก็บรายได้ในงบปี 2557 จะหลุดเป้ากว่า 1แสนล้านบาทว่า รายได้ที่ปรับลดลงจะทำให้รายจ่ายลดตามไปด้วย แต่กรณีการจัดทำงบประมาณปี 2558 ที่ต้องดึงโครงการลงทุนบางส่วนจากโครงการลงทุน 2ล้านล้านบาทมารวมอยู่ในงบด้วยนั้น โดยประมาณว่าจะดึงเม็ดเงินลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 3.4แสนล้านบาทต่อปี หรือ 6.8 แสนล้านบาทใน2 ปี ( ยังไม่รวมงบรายจ่ายลงทุนปกติ) ซึ่งจะส่งผลให้ต้องกำหนดเป้าขาดดุลชนเพดานไปอีก 2ปี คือในปีงบประมาณ 2558-2559 ขณะที่ยังไม่รวมสถานการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ตารางงบประมาณเลื่อนออกไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 นั้น ข่าวร้ายขณะนี้ต่อให้มีการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 2กรกฎาคม2557 แต่การจัดทำงบประมาณจะบังคับใช้ประมาณเดือนมีนาคม 2558 (ล่าช้า 6 เดือน) ซึ่งในทางปฏิบัติจะทำได้เพียงการทำทีโออาร์เท่านั้น แต่ในแง่ของเม็ดเงินงบประมาณยังไม่สามารถเบิกงบฯใช้ได้ทันในปีงบประมาณ 2558</p>
<p>อย่างไรก็ดีข่าวดีที่ยังพอมีความหวังถ้ารัฐบาลใหม่สามารถกันวงเงินได้ทันเม็ดเงินงบประมาณจะอั้นไปทบปีงบประมาณ 2559 เสมือนขาดดุล 1ล้านล้านบาทในปีเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ในปีงบประมาณ 2559 (เริ่ม1 ตุลาคม 2558 )โดยรัฐบาลจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายได้