ไทยทุบราคาข้าวโลก ผุ้ส่งออกกลับลำเชียร์ ดี๊ด๊าออร์เดอร์ต่างประเทศหลุนทับโครมใหญ่

ผลพวงรัฐบาลระบายข้าวต่อเนื่อง ทุบราคาขายถูกที่สุดในโลก ผู้ส่งออกกลับลำเชียร์ หลังได้รับอานิสงส์ออร์เดอร์ทะลัก ระบุพฤติกรรมเปลี่ยนซื้อล็อตเล็ก ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ เร่งรับมอบ เร่งขาย ประหยัดต้นทุน ทำตู้ใส่สินค้าขาดแคลนหนักถึงขั้นเปิดศึกแย่งชิง รายใหญ่-รายเล็กส่งออกข้าวแห่ปรับเป้าเพิ่ม ฟันธงไทยส่งได้ 10 ล้านตัน พาณิชย์เผย 4 เดือนระบายข้าวในสต๊อกแล้ว 3 ล้านตัน โรงสีมองตาปริบผู้ส่งออกเมินซื้อ</p>
<p>จากกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีการระบายข้าวในสต๊อกอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางเพื่อเร่งหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าจำนำข้าวชาวนา ส่งผลให้ราคาข้าวไทยในตลาดโลกมีราคาที่ต่ำลงใกล้เคียงกับคู่แข่งขัน ล่าสุดผู้ค้าข้าวแจ้งว่าราคาข้าว 5% ของไทย(เป็นชนิดข้าวที่มีการส่งออกมากสุด) ราคาได้ต่ำกว่าเวียดนามเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ผู้นำเข้าในหลายตลาดได้หันมาซื้อข้าวจากไทยเพิ่มมากขึ้น โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในครั้งนี้ นั้นก็คือผู้ส่งออกนั่นเอง ขณะที่หลายบริษัทได้ประกาศปรับเป้าหมายการส่งออกเพิ่มขึ้นถ้วนหน้า</p>
<p>++ราคาข้าวไทยต่ำล่อใจ</p>
<p>นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และประธานบริษัท อุทัย โปรดิวส์ จำกัด (บจก.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ล่าสุด(29เม.ย.)ข้าวขาว 5% (ข้าวใหม่) ของไทยราคาเอฟโอบี(ราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือต้นทาง) เฉลี่ยที่ 380-385 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ขณะที่ข้าวประเภทเดียวกันจากประเทศเวียดนามเฉลี่ยที่ 390-398 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ส่วนข้าวอินเดียเฉลี่ยที่ 400-410 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ส่งผลให้ผู้นำเข้าในหลายตลาดหลายประเทศเวลานี้ ได้หันมาสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น จากเดิมซื้อจากเวียดนามที่ราคาถูกกว่า อาทิ ตลาดมาเลเซียคาดปีนี้จะซื้อจากไทยไม่ต่ำกว่า 7-8 แสนตัน และอาจถึง 1 ล้านตัน ตลาดจีนที่มีการนำเข้าปีละประมาณ 3-4 ล้านตัน ไทยจะมีส่วนแบ่งมากขึ้น รวมถึงตลาดใหญ่แอฟริกาเวลานี้ได้กลับมาซื้อข้าวไทยมากขึ้น</p>
<p>"ไตรมาสแรกของปีนี้ ไทยส่งออกข้าวได้แล้วราว 2.2 ล้านตัน โดยแง่ปริมาณเพิ่มขึ้น 27-28% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนแง่มูลค่าลดลงประมาณ 6% เพราะราคาข้าวถูกลง ส่วนไตรมาส 2 คาดไทยจะยังขายได้เรื่อยๆ หากราคาเป็นแบบนี้เวียดนามก็เหนื่อย แต่ผลพวงจะกระทบต่อชาวนาไทย เพราะจะส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกลดลง ซึ่งทุกฝ่ายคงต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะดึงราคาเพื่อช่วยพยุงราคาชาวนา จากที่รัฐบาลระบุเวลานี้มีข้าวในสต็อกที่ไม่มีภาระผูกพันประมาณ 13 ล้านตันคาดจะใช้เวลาในการระบายไม่ต่ำกว่า 3 ปี"</p>
<p>นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ดีผลพวงจากราคาข้าวไทยที่ลดลงยอมรับว่า ในส่วนของบจก.อุทัยโปรดิวส์ ซึ่งทำตลาดข้าวหอมมะลิเป็นหลักสัดส่วน 80-90% ของการส่งออก ได้รับการติดต่อสั่งซื้อข้าวจากลูกค้าต่างประเทศเข้ามามากขึ้น โดยในไตรมาส 1/2557 บริษัทส่งออกข้าวไปแล้วประมาณกว่า 3 หมื่นตัน คาดปีนี้จะสามารถส่งออกได้มากกว่า 1 แสนตัน จาก 3 ปีก่อนหน้าที่ไม่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกราคาสูง เคยส่งออกได้กว่า 2 แสนตันต่อปี</p>
<p>++นครหลวงฯชี้ลู่ทางสดใส</p>
<p>ด้านนายวัลลภ พิชญ์พงศา รองกรรมการผู้จัดการ บจก.นครหลวงค้าข้าว กล่าวว่าจากราคาข้าวไทยในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ตัวเลขส่งออกของบริษัทขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น ทั้งส่งผลให้เวลานี้ลูกค้าอย่างตลาดแอฟริกาได้กลับมาสั่งซื้อข้าวจากบริษัท ทั้งข้าวขาวเก่า ปลายข้าวและข้าวนึ่งมากขึ้น จากก่อนหน้านี้จะซื้อจากเวียดนามและอินเดียเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีลูกค้าจากบราซิลที่ไม่ใช่ตลาดปกติของบริษัทได้มาสั่งซื้อข้าวด้วย</p>
<p>"พฤติกรรมคู่ค้าได้เปลี่ยนไป จากเดิมจะซื้อไปสต๊อกไว้เยอะ แต่ขณะนี้จะซื้อล็อตเล็ก ๆส่งมอบเร็วใน 1-3 เดือนเพราะกลัวราคาจะถูกลงไปอีกต้องรีบนำไปจำหน่าย อย่างไรก็ตามการระบายข้าวต่อเนื่องของรัฐบาลทำให้ผู้ส่งออกได้รับออร์เดอร์เพิ่มขึ้น มีงานทำมากขึ้น และการที่รัฐบาลรักษาการไม่มีโครงการรับจำนำ มองว่าจะทำให้กลไกตลาดทำงานได้ดีขึ้น"นายวัลลภ กล่าวและว่า</p>
<p>อย่างไรก็ดีในส่วนของบริษัทปีนี้ยังคงเป้าหมายการส่งออกสัดส่วน 15-18% ของการส่งออกข้าวภาพรวมของประเทศ จากปี 2556 เราทำได้ 1.2 ล้านตันคิดเป็นสัดส่วน 19% ของยอดส่งออกข้าวของประเทศที่ 6.6 ล้านตัน หากในปีนี้ไทยส่งออกข้าวได้ 8.5-9 ล้านตันตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศล่าสุดยอดขายเราน่าจะปรับตัวดีขึ้นตาม"</p>
<p>++เปิดศึกแย่งชิงตู้ใส่สินค้า</p>
<p>นางสาวกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหาร กมลกิจกรุ๊ป ผู้ส่งออกข้าวนึ่งรายใหญ่ กล่าวว่า จากราคาข้าวนึ่งของไทยในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 415-425 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันในขณะนี้ ขณะที่ข้าวนึ่งอินเดียคู่แข่งขันสำคัญเฉลี่ยที่ 410 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งระดับราคาข้าวนึ่งที่ไทยสูงกว่าอินเดียไม่ถึง 20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันนั้น ถือว่าราคาไม่ต่างกัน เพราะคุณภาพข้าวนึ่งไทยดีกว่า มีผลให้ลูกค้าส่วนใหญ่จากตลาดในแอฟริกาได้กลับมาซื้อข้าวนึ่งจากไทยรวมถึงจากบริษัทค่อนข้างคึกคักมากขึ้น แม้จะไม่เทียบเท่าในอดีตก็ตาม แต่ทำให้ผู้ส่งออกมีงานทำมากขึ้น</p>
<p>อีกประเด็นสำคัญที่มองเห็นได้ชัด เมื่อพบว่าพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมจะซื้อและส่งมอบเป็นลำเรือเบาต์ เป็นการซื้อครั้งละไม่มาก แต่ซื้อ ถี่ๆ สัปดาห์ละ 500 ตัน 1 พันตัน จากเคยซื้อล็อตหนึ่งเป็นหมื่นตัน และเปลี่ยนเป็นการขนส่งโดยใส่ตู้คอนเทนเนอร์แทนเรือใหญ่เพื่อประหยัดค่าใช้ ซึ่งจากปริมาณความต้องการตู้คอนเทนเนอร์เพื่อบรรจุสินค้าข้าว รวมถึงสินค้าอื่นที่มีมากในช่วงนี้มีผลให้ตู้คอนเทนเนอร์ถึงกับขาดแคลน และมีการแย่งชิงระหว่างผู้ส่งออกด้วยกันเอง</p>
<p>"ไม่ว่าเขาจะซื้อมากซื้อน้อยเราก็ดีใจ อย่างน้อยเราก็มีงานทำทุกวัน แต่แทนที่จะขายเป็นหมื่นตันอาจเหลือหลักพันตันเพราะตู้คอนเทนเนอร์มีจำกัด ปี 2556 ที่ผ่านมากมลกิจส่งออกข้าวได้ประมาณ 3 แสนตัน โดยสัดส่วน 95% เป็นข้าวนึ่ง ที่เหลือเป็นข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ ไตรมาสแรกปีนี้เราส่งออกได้แล้วประมาณ 4.5 หมื่นตัน ซึ่งการส่งออกเริ่มมาบูมช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คาดจากนี้เราน่าจะส่งออกได้เดือนละประมาณ 2 หมื่นตัน ปีนี้น่าจะกลับมาได้มากกว่าครึ่งหนึ่งจากที่เคยส่งออกสูงสุดปีละ 5 แสนตัน"</p>
<p>++ข้าวไชยพรรอล็อตใหญ่อิรัก</p>
<p>ทางด้านนายเสริมศักดิ์ ควรทรงธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บจก.ข้าวไชยพร ที่มีตลาดหลักที่ประเทศอิรัก กล่าวเช่นกันว่า ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทยังส่งออกไม่มาก เนื่องจากตลาดอิรักเพิ่งกลับมาอนุญาตให้ไทยเข้าร่วมประมูลข้าวรัฐบาลได้ในเดือนที่ผ่านมา จากก่อนหน้านี้มีบริษัทส่งออกข้าวไทยบริษัทหนึ่งทำเสียชื่อเรื่องคุณภาพข้าวที่ส่งมอบ ขณะที่ล่าสุดในการเปิดประมูลซื้อข้าวรอบใหม่ของรัฐบาลอิรักเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา มีการยกเลิกประมูลโดยยังไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน ทำให้บริษัทซึ่งเข้าประมูลด้วยยังไม่ได้รับโอกาส ช่วงนี้ต้องหันไปทำตลาดอื่น เช่น แอฟริกา มาเลเซียเพิ่มขึ้น แต่จะได้เข้าร่วมประมูลข้าวอิรักอีกครั้ง เนื่องจากอิรักจะมีการเปิดประมูลซื้อข้าวทุก 1 เดือนครึ่งถึง 2 เดือนโดยเป้าส่งออกข้าวของบริษัทในปีนี้ 3-4 แสนตัน แต่หากสามารถประมูลข้าวอิรักได้ยอดขายจะมากกว่าที่ตั้งไว้แน่นอน</p>
<p>++บิ๊กเพลเยอร์ฟันธงปีนี้ไทยเบอร์1</p>
<p>นายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานบจก. เอเซีย โกลเด้นไรซ์ เผยว่า ยอดส่งออกข้าวเชิงปริมาณของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% โดยที่ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายสัดส่วน 16-18% ของการส่งออกในภาพรวมของประเทศ จากปี 2556 บริษัทส่งออกข้าวกว่า 1.2 ล้านตัน ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มสูงที่ไทยจะส่งออกข้าวได้ 9-10 ล้านตัน</p>
<p>"โดยส่วนตัว มองปีนี้ไทยจะแซงทั้งอินเดียและเวียดนามขึ้นเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ1 ของโลกได้อีกครั้ง เพราะเวลานี้ถือว่าข้าวไทยถูกที่สุดในโลก หากเป็นดังคาดยอดขายของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการส่งออกภาพรวมของประเทศด้วย</p>
<p>++พงษ์ลาภเป้าเพิ่มเท่าตัว</p>
<p>สอดรับกับนายสมพงษ์ กิติเรียงลาภ ประธานกรรมการ บจก.พงษ์ลาภ บริษัทผู้ส่งออกข้าวขาวและข้าวนึ่งและข้าวหอมมะลิบางส่วน ที่คาดว่าปีนี้บริษัทจะมียอดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากปีที่แล้วส่งออกได้เพียง 8-9 หมื่นตัน เป็นผลจากรัฐบาลระบายข้าวในสต๊อกออกมาในราคาต่ำ เพื่อเร่งหาเงินจ่ายหนี้ค่าข้าวชาวนา ทำให้ผู้ส่งออกได้รับอานิสงส์แข่งขันในตลาดโลกได้ </p>
<p>"ปีนี้คาดการส่งออกข้าวของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านตันแซงเวียดนามขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ส่วนอินเดียยังคงอยู่อันดับ 1 คาดจะส่งออกราว 10 ล้านตัน"นายสมพงษ์กล่าวพร้อมระบุว่า</p>
<p>แม้ว่าราคาข้าวที่รัฐบาลจะปล่อยออกมาจะราคาถูก แต่เวียดนามคู่แข่งคนสำคัญยังคงพยายามขายราคาต่ำกว่าไทย ไม่เก็บสต๊อก ปลูกเท่าไร ขายหมด ในปีนี้ไทยได้รับสัญญาณการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ถึง 2 ล้านตัน รวมถึงฟิลิปปินส์ที่จะเปิดประมูลข้าวเพิ่ม และทยอยนำเข้าเรื่อยๆ มองว่าเป็นโอกาสของบริษัทที่จะเข้าไปเสนอราคา</p>
<p>++ชัยทิพย์เป้าโต 10%</p>
<p>นายวุฒิพล หวั่งหลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บจก. ชัยทิพย์ ผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิ กล่าวว่า การส่งออกข้าวของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 10 % จากปีที่แล้วมียอดขาย 3 หมื่นตัน เป็นการปรับเป้ายอดขายแบบอนุรักษ์นิยมไม่ได้ปรับเพิ่มสูงมาก เนื่องจากทำตลาดข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียม มองว่าราคาข้าวหอมมะลิในตลาดขณะนี้ ไม่ใช่ราคาที่แท้จริง แต่เป็นราคาจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกราคาสูงในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมองว่าราคาข้าวที่แท้จริงในตลาดต้องดูในปีหน้า ซึ่งมองว่ามีลู่ทางที่สดใส ทั้งนี้ตลาดส่งออกของบริษัท อยู่ที่ฮ่องกง จีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา </p>
<p>++โรงสีเซ็ง ผู้ส่งออกเมินซื้อ</p>
<p>ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว กล่าวถึง สถานการณ์ราคาข้าวในตลาด เวลานี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเทขายข้าวในสต๊อก โดยเฉพาะในโครงการรับจำนำ ปี 2556/57 ให้กับผู้ส่งออก เป็นจำนวนมาก และได้ทยอยระบายเรื่อยๆ จึงทำให้ผู้ส่งออกไม่มาซื้อข้าวในตลาดกับโรงสีเลย ราคาข้าวเปลือกในตลาดจึงนิ่ง และมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงอีก แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกมาจากผู้ส่งออกเป็นระยะๆ ว่าจะส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นก็ตาม</p>
<p>++4เดือนระบายข้าวได้ 3 ล้านตัน</p>
<p>นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้กระทรวงได้มีการระบายข้าวในสต็อกผ่านทุกช่องทางได้แล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านตัน ส่วนกรณีที่พ่อค้าระบุกระทรวงระบายข้าวราคาต่ำขาดทุนมาก ในข้อเท็จจริงนั้น การระบายข้าวส่วนใหญ่ได้ราคาค่อนข้างดี สมเหตุสมผลตามคุณภาพข้าว และราคาตลาด</p>
<p>"เห็นได้ชัดจากการประมูลข้าว 3 แสนตัน แต่อนุมัติขายได้เพียง 1.5 แสนตัน อีก 1.5 แสนตันที่เหลือเสนอราคาต่ำเกินไปจึงไม่ขาย จะเห็นได้ว่ากระทรวงมีความพยายามในการดึงราคาข้าวขึ้น แต่พ่อค้าพยายามหาทางทำให้ราคาต่ำลง สำหรับแนวโน้มราคาข้าวโลกจากนี้มองว่าแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยจากนี้ไปต้องจับตาอินเดียว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้งหรือไม่ หากเกิดและลดการส่งออก ราคาข้าวโลกจะสูงขึ้นแน่นอน"</p>
<p>สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว ที่ชี้ว่า การระบายข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ระบุ 4 เดือนแรกปีนี้ส่งออกแล้วกว่า 3 ล้านตัน ขาดทุนแน่นอน ซึ่งหากคำนวณจากราคาข้าวเปลือกเจ้าที่รับจำนำมา 1.5 หมื่นบาทต่อตัน คำนวณเป็นข้าวสารต้นทุนที่ 2.5 หมื่นตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ต้นทุนข้าวสาร 3.5 หมื่นบาทต่อตัน แต่ทราบข้อมูลจากผู้ประกอบการที่ไปร่วมประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาลว่าประมูลได้ในราคาเฉลี่ย 8 พัน-1.1 หมื่นบาทต่อตัน(ตามคุณภาพข้าวเก่า-ใหม่) หรือขาดทุนเฉลี่ย 1.2-1.4 หมื่นบาทต่อตัน หากคิดค่าเฉลี่ยขาดทุนที่ 1.3 หมื่นบาทต่อตัน หากขายข้าวได้ 3 ล้านตันจะขาดทุนแล้วกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด