เศรษฐกิจไทยผ่านโค้งแรกมาแบบ "ซึมเซา" แม้ยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจเล็ดลอดออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พ.ค.นี้ แต่ก็มีคาดการณ์ของกูรูเศรษฐกิจหลายสำนักประเมินว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 1/57 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนน่าจะหดตัวระดับ 0.2-0.5%</p>
<p>ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขภาคส่งออกระบุว่า ไตรมาสแรกปีนี้ ส่งออกไทยมีมูลค่ารวม 56,211.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือติดลบ 1% เป็นการชะลอตัวในอัตราที่ลดลงเป็นลำดับนับตั้งแต่ไตรมาส 2/56 โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าหลัก (ไม่รวมสินแร่ เชื้อเพลิง ทองคำ) ที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ อาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าอุตสาหกรรมหนัก ติดลบ 1.74%</p>
<p>เมื่อภาคส่งออกไม่สดใสอย่างที่คาดหวังให้เป็น "พระเอก" พยุงเศรษฐกิจไทยปีนี้ตั้งแต่โค้งแรกเสียแล้ว ยิ่งตอกย้ำถึงสถานการณ์น่าเป็นห่วงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี ภายใต้ภาวะปัญหาทางการเมืองที่กดดันให้อุปสงค์ในประเทศหดตัว จนทำให้หลายสำนักเศรษฐกิจพาเหรดปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือต่ำกว่า 2% แม้ยังมีบางแห่งมั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตระดับ 3.5% ก็ตาม</p>
<p>เศรษฐกิจ "ซึม" ต้องประคองตัวไม่ให้ "ซบ"</p>
<p>"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า อาการของเศรษฐกิจไทยในตอนนี้เป็นการชะลอตัวจากความไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคต เป็นอาการแผ่ว ซึม แต่ไม่ได้ถึงขั้นจะล่มจม เพราะแม้เศรษฐกิจซึมแต่คนยังมีกำลังซื้อและรอการเมืองปลดล็อก การจับจ่ายก็จะกลับมาเด้งได้อีกครั้ง สิ่งสำคัญคือภาคธุรกิจเศรษฐกิจจะต้องประคองตัวให้ผ่านภาวะซึมเซานี้ไปให้ได้ก่อน แล้วเตรียมตัวให้พร้อมกับอนาคตเมื่อสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย</p>
<p>ส่วนภาคส่งออกที่ไตรมาสแรกติดลบ 1% ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดสินค้าที่มีความสำคัญกับภาคส่งออกไทย เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ หรือรถยนต์ที่หลังน้ำท่วมปี 2554 บางค่ายรถยนต์ได้กระจายการผลิตรถยนต์ใหม่ไปในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซียแทน</p>
<p>รวมทั้งเกิดจากการหดตัวของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร -7.2% ในสินค้าสำคัญ อาทิ กุ้งแช่แข็งและแปรรูป -28.9% น้ำตาล -28.8% ยางพารา -15.5%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกคือการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 2.8% โดยกลุ่มรถยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งมีสัดส่วนราว 10% ของการส่งออกทั้งหมดก็มีการขยายตัวในระดับ 3% เครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัว 4.9% คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบขยายตัว 3% สะท้อนว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่เคยติดลบปรับตัวดีขึ้น</p>
<p>"ภาคส่งออกต้องให้เวลาอีกนิด และหากต้องการให้ส่งออกทั้งปีขยายตัวระดับ 5% ในช่วงที่เหลือก็จำเป็นต้องเร่งเครื่องการส่งออกให้โตเฉลี่ยไตรมาสละ 6-7%" ดร.กอบศักดิ์กล่าว</p>
<p>ลุ้น "ส่งออก" เร่งตัวไตรมาส 2</p>
<p>ขณะที่ "ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์" ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ยืนยันว่า การส่งออกยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปีนี้ แม้ในช่วงไตรมาสแรกจะหดตัวลงถึง 1% แต่เชื่อว่าทั้งปีก็จะเติบโตได้ที่ 4% ซึ่งจะได้แรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดรองในซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์</p>
<p>ขณะเดียวกันยังพบสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมกับการใช้จ่ายของภาครัฐจากงบประมาณรายจ่ายประจำ ก็เชื่อว่าน่าจะยังเติบโตได้ที่ 2.2% ส่วนการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ แทบไม่มีการเติบโต และยังอยู่ในระดับ -0.5%, -2.8% และ -6.6% ตามลำดับ</p>
<p>ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า สัญญาณจากภาคส่งออกจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดจุดวกกลับสู่เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และอาจทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค หากจังหวะการขยายตัวของการส่งออกมีความต่อเนื่องมากขึ้นในไตรมาส 2 แม้จะต้องยอมรับว่าสัญญาณเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยขณะนี้ อาทิ จีน กลุ่มประเทศอาเซียน และตลาดเกิดใหม่ยังมีภาพที่น่ากังวลและอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคส่งออกมีจำกัดประกอบกับตารางเวลาของเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ยังต้องเลื่อนเวลาออกไปนั้นยังคงเป็นปัจจัยที่ท้าทาย</p>
<p>เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งปี 2557 อย่างระมัดระวังในกรอบ 1.3%-2.4% (ค่ากลางที่ 1.8%)</p>
<p>ธปท.-สศค.จ่อปรับ "จีดีพี" เม.ย.นี้</p>
<p>"ดร.ดอน นาครทรรพ" ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้น่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว และทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 และ 3 น่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของเครื่องยนต์บางตัวที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น และเศรษฐกิจน่าจะเติบโตชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4 โดยน่าจะเห็นการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐบาลบ้าง แต่ก็ต้องติดตามตัวเลขของเดือน เม.ย.ด้วยว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงที่กระทบเศรษฐกิจหรือไม่</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 18 มิ.ย.นี้ ธปท.เตรียมปรับประมาณการจีดีพีอีกครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตที่ 2.7% เช่นเดียวกับตัวเลขส่งออกที่คาดจะเติบโต 4.5% ก็จะมีการปรับลงเช่นกัน</p>
<p>"ดูตัวเลข 3 เดือนแรกก็พบว่ายากที่จะทำให้ส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งหากจะทำให้ได้ตามเป้าหมาย 9 เดือนที่เหลือ มูลค่าส่งออกต้องเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ หมายถึงส่งออกต้องโตต่อไตรมาสราว 6-6.5 %" ดร.ดอนกล่าว</p>
<p>ส่วน "ดร.กุลยา ตันติเตมิท" ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2.6% ภายใต้สมมติฐานว่า ต้องมีรัฐบาลใหม่ในไตรมาส 3 เพื่อทำให้ความเชื่อมั่นฟื้นกลับมาอย่างเต็มที่ในไตรมาส 4 แม้ว่าไตรมาสแรกเศรษฐกิจจะติดลบแต่น่าจะต่ำสุดแล้ว และประเมินว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัว 5% โดยจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้ตามเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงประเทศอาเซียนกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) รวมถึงการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปตามเป้าหมาย</p>
<p>นอกจากนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า สศค.จะพิจารณาปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้อีกครั้งในช่วงปลายเดือน มิ.ย.</p>
<p>ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจลดลงทุกตัว</p>
<p>ล่าสุด ธปท.ได้เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (BSI) ระบุว่า 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย.-มิ.ย.) ผู้ประกอบการคาดว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1 อย่างไรก็ดี ทิศทางของดัชนีปรับลดลงต่อเนื่องและในเกือบทุกองค์ประกอบ สะท้อนความกังวลของผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ประกอบการที่มีแผนจะลงทุนเพิ่มใน 3 เดือนข้างหน้า โดย 62% จะลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และที่เหลือลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจเคมีภัณฑ์และปิโตรเลียม ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจการขนส่ง