ผู้สือข่าวรายงานว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียนบวก 3 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ครั้งที่ 17 ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน โดยที่ประชุมได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศสมาชิก โดยระบุว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน บวก 3 ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2556 แต่ในต้นปี 2557 เศรษฐกิจของบางประเทศมีอัตราการขยายตัวที่แผ่วลงไปบ้าง โดยเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในปี 2557 จะพึ่งพาการส่งออกมากขึ้นจากการที่อุปสงค์ในประเทศอ่อนแรงลงและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตลอดจนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค</p>
<p>ขณะที่นายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี เห็นว่า ในระยะสั้นเศรษฐกิจในภูมิภาคอาจมีความเสี่ยงจากการปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ของสหรัฐฯ และการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น ส่วนในระยะปานกลางเห็นว่า ทุกประเทศสมาชิกควรจะดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่เหมาะสม ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคที่มีความยืดหยุ่น รวมทั้ง มีการกำกับดูแลภาคการเงินที่เข้มแข็ง และให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำผ่านการใช้เครื่องมือทางการคลัง</p>
<p>ในส่วนของประเทศไทยนั้น นายกิตติรัตน์ ได้กล่าวถึงอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาว่า ภายหลังจากสถานการณ์มหาอุทกภัย ประเทศไทยได้กลับมาขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูงที่ร้อยละ 6.5 อีกครั้งในปี 2555 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 และในไตรมาสแรกของปี2557 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีความเชื่อมั่นว่า หากการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รัฐบาลจะสามารถดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลางเพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง