ธกส.ตั้งงบ1.86แสนล้านชดเชยหนี้จำนำข้าว

ธ.ก.ส."เตรียมขอรัฐบาลใหม่ จัดงบชำระหนี้ในปี 2558 จำนวน 1.86 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีสัดส่วนถึง 85% นำไปใช้ในโครงการจำนำข้าว</p>
<p>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมเสนอของบประมาณปี 2558 สำหรับการดำเนินธุรกิจธนาคาร เพื่อรอรัฐบาลใหม่จัดสรรจริงเป็นวงเงินทั้งสิ้น 1.86 แสนล้านบาท</p>
<p>นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ในจำนวนนี้เป็นวงเงินเพื่อชดเชยเงินทุนที่ ธ.ก.ส. นำไปใช้ในโครงการจำนำข้าว นับตั้งแต่เริ่มโครงการคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85% หรือ 1.5 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการชดเชยโครงการจำนำพืชผลการเกษตรอื่นๆ โครงการประกันรายได้ และพักชำระหนี้</p>
<p>ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณที่ขอดังกล่าว เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2557 ที่ได้รับการจัดสรรวงเงินทั้งสิ้น 8.2 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว เป็นวงเงินดำเนินโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท</p>
<p>ธ.ก.ส.จะได้ยอดจัดสรรงบประมาณปี 2558 ตามที่ขอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสำนักงบประมาณที่จะพิจารณาว่า มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ หากมีงบประมาณไม่เพียงพอ คงต้องหารือกันต่อไปว่า จะสามารถขยายระยะเวลาจัดสรรเงินชดเชยให้ ธ.ก.ส. ออกไปอีกกี่ปี ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการบริหารเงินกู้ 4.1 แสนล้านบาทด้วย</p>
<p>"เราคาดว่า จะได้รับการจัดสรรเพียง 50% หรือประมาณ 9 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับปีก่อน ที่ได้รับการจัดสรรเพียง 8 หมื่นล้านบาท จากขอตั้งงบไป 1.6 แสนล้านบาท" เขากล่าว</p>
<p>สำหรับหลักเกณฑ์ขอตั้งงบประมาณปี 2558 ดังกล่าว นายลักษณ์ ชี้แจงด้วยว่า ธ.ก.ส. ขอได้ตั้งตามข้อตกลงที่มีอยู่ ซึ่งเป็นข้อเสนอของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี กรณีการขอชดเชยเงินงบประมาณ สำหรับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป โดย สำนักงบประมาณ ได้ขอให้ ธ.ก.ส.หักมูลค่าของสินค้าคงเหลือก่อน และให้จัดสรรเงินชดเชยเงินต้นมาคืนให้แก่ ธ.ก.ส. ภายใน 4 ปี จากเดิมของบชดเชยได้เต็มจำนวนเงินค้างชำระ โดยไม่หักมูลค่าของสินค้าเกษตรที่อยู่ในคลัง ซึ่งสำนักงบประมาณ ระบุว่า หากดำเนินการเช่นนี้จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก</p>
<p>นายลักษณ์ กล่าวว่า ยอดการจัดงบสรรงบประมาณ ไม่น่าจะทันในเดือนต.ค. นี้ เนื่องจากรัฐบาลใหม่ยังไม่สามารถจัดตั้งได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2558 แต่การเบิกจ่ายที่ล่าช้า จะไม่กระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร โดย ธ.ก.ส. จะใช้วิธีการบริหารสภาพคล่อง ด้วยการระดมเงินฝาก ออกสลาก ธ.ก.ส. เพื่อระดมทุนไปก่อน ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีสภาพคล่องอยู่แล้ว 2 แสนล้านบาท</p>
<p>ส่วนกรณีความคืบหน้าการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ นายลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ตามแนวทางของคณะกรรมการปิดบัญชีฯ ให้หน่วยงานแต่ละแห่งรายงานผลในเรื่องที่รับผิดชอบ อย่างเช่น ธ.ก.ส. รับผิดชอบในการให้สินเชื่อและจ่ายเงินจำนำข้าว ซึ่งได้มีการรายงานจำนวนค่าใช้จ่ายแต่ละปีอย่างชัดเจน</p>
<p>ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ จะมีกรมการค้าต่างประเทศ องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จะต้องมาพิจารณาเงินรายได้ที่ขายสินค้าไปแล้ว และสินค้าที่ยังคงค้างในสต็อก รายงานต่อคณะกรรมการปิดบัญชี</p>
<p>ล่าสุด รอบปิดบัญชีโครงการฯ ณ 31 พ.ค. 2557 และ 30 ก.ย. 2557 จะต้องรอกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่า ปริมาณข้าวในสต็อกเหลืออยู่จำนวนเท่าใด เพื่อให้คณะกรรมการปิดบัญชีฯ ใช้ตัวเลขตามที่รายงานเข้ามาคำนวณ ถ้ามีรายงานปริมาณข้าวจำนวน 2.9 ล้านตันที่หายไปกลับเข้ามา และกระทรวงพาณิชย์มีการเซ็นยืนยันข้อมูลการบริหารสต็อก</p>
<p>สำหรับการจ่ายเงินค้างหนี้ชำระแก่ชาวนาในโครงการจำนำข้าวในปีการผลิต 2556/57 นั้น เขาประเมินว่าจะสามารถจ่ายเงินจำนำข้าวให้แก่ชาวนาครบทั้งหมด ภายใน 31 ธ.ค. 2557 เนื่องจากจะใช้เงินจากการระบายข้าวตามแผนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะส่งคืนให้แก่ ธ.ก.ส. เดือนละ 8,000 ล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสิ้น 7 หมื่นล้านบาท และเงินจากกองทุนช่วยเหลือชาวนา วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เป็นหลัก</p>
<p>ขณะนี้ ธ.ก.ส. สามารถจัดสรรเงินจำนำข้าวให้แก่ชาวนาที่ถือใบประทวนไปแล้วกว่า 50% ซึ่ง ณ วันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา จ่ายไปแล้วเป็นวงเงิน 9.95 หมื่นล้านบาท จาก ณ ปิดโครงการ 28 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรได้รับใบประทวนทั้งสิ้น 1.53 ล้านราย ปริมาณข้าวเปลือก 11.61 ล้านตัน เป็นเงินจำนำ 1.9 แสนล้านบาท</p>
<p>สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ซึ่งคาดว่าจะล่าช้าไปจากปีปกติ ที่ต้องเริ่มภายในเดือนต.ค. ที่จะถึงนี้ ขณะนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ฝ่ายข้าราชการประจำ จำเป็นต้องเตรียมการวางยุทธศาสตร์ของงบประมาณปี 2558 เพื่อรองรับกับภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าด้วย</p>
<p>ขณะที่ ก่อนหน้านี้ นายสุวิชญ โรจนวานิช ที่ปรึกษาด้านบริหารหนี้สาธารณะกล่าวว่า ตามการคาดหมายเบื้องต้นของสำนักงบประมาณ ที่คาดว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ได้ภายในเดือนพ.ย. นี้ และจะสามารถผลักดันงบประมาณปี 2558 ออกใช้ได้ภายในเดือนพ.ค. ปีหน้า ซึ่งเหลือเวลาเพียง 5 เดือนในการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้น การกำหนดงบลงทุน จำเป็นต้องกำหนดโครงการที่มีความพร้อมจะลงทุนอย่างจริงจัง</p>
<p>ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานที่ว่า รายจ่ายงบประมาณปี 2558 เท่ากับปี 2557 คือ อยู่ที่ 2.525 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลสามารถจัดทำงบขาดดุลได้สูงถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะไม่เกินกรอบที่กฎหมายกำหนดให้ขาดดุลงบประมาณได้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่าย แต่การกำหนดงบประมาณขาดดุลที่สูงเช่นนั้น ยากที่รัฐบาลจะสามารถใช้จ่ายได้ทันในช่วง 5 เดือนเท่านั้น

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด