8 May 2014
<p>ปัจจุบัน พื้นที่คลอง 15 อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นแหล่งค้าปลีก-ค้าส่งไม้ดอกไม้ประดับ และธุรกิจรับจัดสวนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีร้านค้าเข้ามาเช่าพื้นที่ 2 ข้างถนนแน่นขนัด ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มาจากจังหวัดนครนายก ปทุมธานี กรุงเทพฯ</p>
<p>หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 เป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศสำหรับกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งที่รับไปจำหน่ายต่อในต่างจังหวัด รวมถึงกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ที่นำไปตกแต่งประดับโครงการ</p>
<p>ขณะที่แนวโน้มตลาดยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน เหนือ ทำให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ ธุรกิจรับจัดสวนเติบโตไปด้วย ส่วนตลาดต่างประเทศขณะนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามารับซื้อเพื่อส่งออกไปตลาดตะวันออกกลาง</p>
<p>ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจตลาดไม้ดอกไม้ประดับตั้งแต่บริเวณวัดประสิทธิเวช หมู่ 10 ถนนคลอง 15-โพธิ์แทน ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พบว่าบริเวณ 2 ข้างถนนระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร มีผู้ประกอบการเข้ามาจับจองเช่าพื้นที่เปิดหน้าร้านเต็มพื้นที่ไม่น้อยกว่า 200 ราย</p>
<p>ขณะที่บรรยากาศการซื้อ-ขายเป็นไปอย่างคึกคัก มีรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถกระบะเข้ามาจอดซื้อต้นไม้จำนวนมาก ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภาคกลาง อีสาน และเหนือ ซึ่งจะซื้อไปตกแต่งจัดสวนในบ้านของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาติดต่อรับเหมาจัดสวนด้วย</p>
<p>"ประกาย พลศิริ" เจ้าของสวนประกายไม้ไทย บอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง 15 ถือว่าเป็นตลาดค้าปลีก-ค้าส่งไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้ตลาดเติบโตไปในทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในสถานที่ราชการ การตกแต่งสวนหย่อม</p>
<p>ทั้งนี้ ต้นไม้ในกลุ่มไม้มงคล ไม้ขุดล้อม ไม้ดอกหอม ไม้ยืนต้น ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดสูงสุด แต่ไม่สามารถผลิตให้ทันคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ เพราะใช้เวลาในการเพาะนานถึง 3 ปี โดยแตกต่างจากไม้ดอกไม้ประดับขนาดเล็ก เช่น เข็ม กุหลาบ ไม้ดอกชนิดอื่น ๆ ที่ใช้เวลาเพาะปลูกเพียง 2-3 เดือนก็สามารถนำออกมาจำหน่ายได้</p>
<p>"ตลาดที่ขยายตัวสูงสุดคือ กรุงเทพฯ รองลงมาภาคใต้ เหนือ อีสาน และตะวันออกตามลำดับ ในอนาคตตลาดกรุงเทพฯจะเริ่มทรงตัว เป็นผลมาจากอสังหาริมทรัพย์เริ่มอิ่มตัว ขณะที่ตลาดภาคเหนือ อีสานจะขยายตัวได้ดี เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยายตัวออกไปทั้ง 2 ภูมิภาคมากขึ้น"</p>
<p>สำหรับไม้ดอกไม้ประดับที่ส่งออกไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แก่ ดอกเข็ม บานไม่รู้โรย บานบุรี พุดพิชญา พุดศุภโชคนอกจากนี้ ยังมีไม้ใบ เช่น ต้นอโศกอินเดีย คริสติน่า ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 200-1,000 บาท/ต้น</p>
<p>ส่วนโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องการไม้ดอกในกลุ่มหนวดปลาหมึก ชมพูออสเตรเลีย ดอกเข็ม ดอกพุดศุภโชค บานบุรี บานไม่รู้โรย ราคาเริ่มตั้งแต่ 6-200 บาท/ต้น</p>
<p>ขณะที่ไม้มงคลที่กำลังได้รับความนิยมมาก คือ กันเกรา พะยูง บุนนาค พะยอม ลำดวน ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-10,000 บาท/ต้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อไปตกแต่งสวน</p>
<p>"อรวรรณ สุขอุทิศ" เจ้าของสังเวียนพันธุ์ไม้ ผู้ประกอบการไม้ประดับและรับจัดสวนรายใหญ่บอกว่า ความต้องการไม้ดอกไม้ประดับยังคงมีสูง เช่น โรงแรมระดับไฮเอนด์ภาคใต้ ตลาดประชุมและสัมมนา สำหรับตลาดส่งออกจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เข้ามารับซื้อและส่งออกไปตลาดตะวันออกกลาง เพื่อตกแต่งโรงแรม ห้องจัดประชุมและสัมมนา ภัตตาคารหรู ซึ่งตลาดตะวันออกกลางกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแม้ว่าไม้ดอกไม้ประดับของไทยจะมีราคาสูงกว่าจีน 25-30% ซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดโลก แต่มีคุณภาพมากกว่าจีน</p>
<p>สำหรับมูลค่าตลาดของไม้ดอกไม้ประดับ และธุรกิจรับจัดสวนโซนคลอง 15 คาดว่ามีมูลค่าประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าขยายตัว 15-20 จากการขยายตัวของธุรกิจรับจัดสวนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก็ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นประมาณ 10-15% เช่น ค่าแรง ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะแรงงานมีผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มจ้างในอัตราที่สูงเพื่อจูงใจพนักงาน เช่น พนักงานทั่วไปวันละ 600-1,000 บาท ส่วนพนักงานจัดสวนที่จบปริญญาตรี มีทักษะดี ค่าแรงจะอยู่ที่เดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป</p>
<p>ขณะที่พนักงานร้านสวนเข็ม "ทวี กาลเทพ" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจรับจัดสวน ทำให้ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านการจัดสวน ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายรายแก้ไขปัญหาโดยการเข้าไปประสานงานกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเร่งป้อนนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์เข้าสู่ตลาดแรงงาน</p>
<p>ขุมทรัพย์พันล้านตลาดไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 ที่กำลังเบ่งบาน รวมถึงธุรกิจรับจัดสวนที่ยังคงขยายตัวตามอสังหาฯในหัวเมืองใหญ่ </p>
<p>หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 เป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วประเทศสำหรับกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งที่รับไปจำหน่ายต่อในต่างจังหวัด รวมถึงกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ที่นำไปตกแต่งประดับโครงการ</p>
<p>ขณะที่แนวโน้มตลาดยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน เหนือ ทำให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ ธุรกิจรับจัดสวนเติบโตไปด้วย ส่วนตลาดต่างประเทศขณะนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามารับซื้อเพื่อส่งออกไปตลาดตะวันออกกลาง</p>
<p>ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจตลาดไม้ดอกไม้ประดับตั้งแต่บริเวณวัดประสิทธิเวช หมู่ 10 ถนนคลอง 15-โพธิ์แทน ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พบว่าบริเวณ 2 ข้างถนนระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร มีผู้ประกอบการเข้ามาจับจองเช่าพื้นที่เปิดหน้าร้านเต็มพื้นที่ไม่น้อยกว่า 200 ราย</p>
<p>ขณะที่บรรยากาศการซื้อ-ขายเป็นไปอย่างคึกคัก มีรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถกระบะเข้ามาจอดซื้อต้นไม้จำนวนมาก ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภาคกลาง อีสาน และเหนือ ซึ่งจะซื้อไปตกแต่งจัดสวนในบ้านของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการโครงการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาติดต่อรับเหมาจัดสวนด้วย</p>
<p>"ประกาย พลศิริ" เจ้าของสวนประกายไม้ไทย บอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง 15 ถือว่าเป็นตลาดค้าปลีก-ค้าส่งไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้ตลาดเติบโตไปในทิศทางที่ดีจากปัจจัยบวกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในสถานที่ราชการ การตกแต่งสวนหย่อม</p>
<p>ทั้งนี้ ต้นไม้ในกลุ่มไม้มงคล ไม้ขุดล้อม ไม้ดอกหอม ไม้ยืนต้น ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดสูงสุด แต่ไม่สามารถผลิตให้ทันคำสั่งซื้อของลูกค้าได้ เพราะใช้เวลาในการเพาะนานถึง 3 ปี โดยแตกต่างจากไม้ดอกไม้ประดับขนาดเล็ก เช่น เข็ม กุหลาบ ไม้ดอกชนิดอื่น ๆ ที่ใช้เวลาเพาะปลูกเพียง 2-3 เดือนก็สามารถนำออกมาจำหน่ายได้</p>
<p>"ตลาดที่ขยายตัวสูงสุดคือ กรุงเทพฯ รองลงมาภาคใต้ เหนือ อีสาน และตะวันออกตามลำดับ ในอนาคตตลาดกรุงเทพฯจะเริ่มทรงตัว เป็นผลมาจากอสังหาริมทรัพย์เริ่มอิ่มตัว ขณะที่ตลาดภาคเหนือ อีสานจะขยายตัวได้ดี เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยายตัวออกไปทั้ง 2 ภูมิภาคมากขึ้น"</p>
<p>สำหรับไม้ดอกไม้ประดับที่ส่งออกไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แก่ ดอกเข็ม บานไม่รู้โรย บานบุรี พุดพิชญา พุดศุภโชคนอกจากนี้ ยังมีไม้ใบ เช่น ต้นอโศกอินเดีย คริสติน่า ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 200-1,000 บาท/ต้น</p>
<p>ส่วนโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องการไม้ดอกในกลุ่มหนวดปลาหมึก ชมพูออสเตรเลีย ดอกเข็ม ดอกพุดศุภโชค บานบุรี บานไม่รู้โรย ราคาเริ่มตั้งแต่ 6-200 บาท/ต้น</p>
<p>ขณะที่ไม้มงคลที่กำลังได้รับความนิยมมาก คือ กันเกรา พะยูง บุนนาค พะยอม ลำดวน ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-10,000 บาท/ต้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อไปตกแต่งสวน</p>
<p>"อรวรรณ สุขอุทิศ" เจ้าของสังเวียนพันธุ์ไม้ ผู้ประกอบการไม้ประดับและรับจัดสวนรายใหญ่บอกว่า ความต้องการไม้ดอกไม้ประดับยังคงมีสูง เช่น โรงแรมระดับไฮเอนด์ภาคใต้ ตลาดประชุมและสัมมนา สำหรับตลาดส่งออกจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เข้ามารับซื้อและส่งออกไปตลาดตะวันออกกลาง เพื่อตกแต่งโรงแรม ห้องจัดประชุมและสัมมนา ภัตตาคารหรู ซึ่งตลาดตะวันออกกลางกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแม้ว่าไม้ดอกไม้ประดับของไทยจะมีราคาสูงกว่าจีน 25-30% ซึ่งเป็นคู่แข่งในตลาดโลก แต่มีคุณภาพมากกว่าจีน</p>
<p>สำหรับมูลค่าตลาดของไม้ดอกไม้ประดับ และธุรกิจรับจัดสวนโซนคลอง 15 คาดว่ามีมูลค่าประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าขยายตัว 15-20 จากการขยายตัวของธุรกิจรับจัดสวนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก็ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นประมาณ 10-15% เช่น ค่าแรง ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะแรงงานมีผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มจ้างในอัตราที่สูงเพื่อจูงใจพนักงาน เช่น พนักงานทั่วไปวันละ 600-1,000 บาท ส่วนพนักงานจัดสวนที่จบปริญญาตรี มีทักษะดี ค่าแรงจะอยู่ที่เดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป</p>
<p>ขณะที่พนักงานร้านสวนเข็ม "ทวี กาลเทพ" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจรับจัดสวน ทำให้ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะด้านการจัดสวน ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเติบโตของธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายรายแก้ไขปัญหาโดยการเข้าไปประสานงานกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเร่งป้อนนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์เข้าสู่ตลาดแรงงาน</p>
<p>ขุมทรัพย์พันล้านตลาดไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 ที่กำลังเบ่งบาน รวมถึงธุรกิจรับจัดสวนที่ยังคงขยายตัวตามอสังหาฯในหัวเมืองใหญ่ </p>
หมวดหมู่ของข่าว:
ที่มา
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1399527267