คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยออกโรงค้าน บอร์ดประกันสังคมอนุมัติ 2 แสนล้านให้รัฐกู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หวั่นกระทบความมั่นคง ผู้ประกันตน เตรียมตบเท้าเข้าพบบิ๊กเต่า ด้านปลัดแรงงานยันไม่กระทบ
นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังชักชวนกองทุนประกันสังคมเข้าร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลจำนวนเงิน200,000 ล้านบาท และมีกรรมการบอร์ด สปส.บางคนเห็นว่าควรจะกระจายการลงทุนว่า ในปีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีงบประมาณในการลงทุนสูงที่สุดเป็นจำนวน 400,000 ล้านบาท คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ในเรื่องการลงทุนที่เป็นยุทธศาสตร์ เป็นการลงทุนในภาครัฐต่างๆ เช่น การก่อสร้างระบบรถไฟ ระบบบริหารน้ำ เป็นต้น
โดยจะแบ่งงบประมาณในการลงทุนไว้จำนวน 200,000 ล้านบาทให้รัฐบาลสามารถกู้ได้ โดยมีข้อแม้ว่ารัฐจะต้องออกพันธบัตรเพื่อค้ำประกันให้กับ สปส.และมีดอกเบี้ยให้ ประมาณร้อยละ 3-3.5 ซึ่งได้เสนอมติของบอร์ดไปยังกระทรวงการคลังแล้ว โดยกระทรวงการคลังเห็นชอบด้วยในหลักการ และหากจะดำเนินการต่อไปกระทรวงการคลังต้องออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อกู้เงิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีนี้เครือข่ายแรงงานมีความเป็นห่วงในเรื่องความมั่นคงและความคุ้มค่าในการลงทุน นายนครตอบว่า เรื่องของผลตอบแทนนั้นอาจจะไม่มากเท่ากับการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ได้ผลตอบแทนในอัตราที่คุ้มค่า ส่วนเรื่องของความมั่นคงนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะมีความมั่นคงแน่นอนเนื่องจากรัฐบาลเป็นประกัน ทั้งนี้ จะมีการระบุรายละเอียดในเรื่องการจ่ายเงินคืนและผลตอบแทนไว้ใน พ.ร.บ. ซึ่งยืนยันว่าไม่กระทบต่อการจ่ายเงินกรณีบำเหน็จและบำนาญชราภาพแน่นอน นอกจากจะมีการออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินจาก สปส.แล้ว พ.ร.บ.นี้ก็จะออกพันธบัตรเพื่อใช้หนี้เงินสมทบที่รัฐค้างจ่าย สปส.เป็นเงินกว่า 80,000 ล้านบาทด้วย
นายนครกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่มีการนำเงินให้รัฐบาลกู้ในลักษณะนี้มาก่อน และในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ สปส.ปล่อยเงินกู้ แต่เป็นมติของบอร์ดที่ต้องการนำเงินไปลงทุนภายในประเทศในปัจจัยที่มีความมั่นคง และถือเป็นการช่วยรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ด้าน น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า ขอคัดค้านการนำเงิน สปส.ไปให้รัฐบาลกู้เงินจำนวน 200,000 ล้านบาทเพื่อนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของกองทุนและอนาคตของผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน เนื่องจาก สปส.จะต้องทยอยจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้ผู้ประกันตน
หากนำเงินไปลงทุนจำนวนมากโดยไม่มีหลักประกันอาจกระทบต่อการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าว อีกทั้งบอร์ด สปส.ไม่มีการสื่อสารและชี้แจงรายละเอียดการลงทุนกับผู้ประกันตนที่เป็นเจ้าของเงิน ทั้งนี้ ภายในเดือนมิถุนายนนี้ทางเครือข่ายจะขอเข้าพบ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านและสอบถามรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว