ปูดกฟผ.ล็อกสเปกประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่มูลค่าเกือบ5หมื่นล้านให้กับกลุ่มอัลสตอม ส่วนกลุ่มจากจีนที่จับมืออิตัลไทยได้แค่คู่เทียบเท่านั้น
แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากการเปิดประมูลเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาดกำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ มูลค่าก่อสร้างประมาณ 49,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น โดยมีผู้ซื้อประมูลเพียง 2 ราย
ประกอบด้วย 1.กิจการร่วมค้าบริษัท อัลสตอม เพาเวอร์ ซิสเต็ม บริษัท อัลสตอม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท มารูเบนี จำกัด และ2.กิจการร่วมค้า พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น ออฟ ไชน่า และบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด
แหล่งข่าวเผยอีกว่า การเปิดประมูลเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม โดยเลื่อนเปิดประมูลจากวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากกำหนดเปิดประมูลครั้งแรกวันที่ 22 กรกฎาคมนั้น จะมีเพียงกลุ่มบริษัท อัลสตอม ที่ร่วมกับบริษัท มารูเบนิ เพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ยื่นประมูล เพราะเป็นที่รู้กันในวงการก่อสร้างว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ได้มีการล็อกสเปกให้กลุ่มดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีคู่แข่งยื่นซองประมูล ซึ่งกฟผ.เกรงว่าจะเป็นครหา จึงเลื่อนเปิดประมูลเป็นวันที่ 5 สิงหาคม โดยพยายามดึงกลุ่มพาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น จากประเทศจีนเข้ามาร่วมประมูลด้วย เพื่อให้เกิดมีการแข่งขัน
"เป็นที่รู้กันว่ากลุ่มจากประเทศจีนยื่นประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ด้วยนั้น ก็เพียงเพื่อเป็นคู่เทียบให้กับกลุ่มอัลสตอม และมารูเบนี เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าล็อกสเปกเท่านั้น แต่ความเป็นจริงยังไงโครงการนี้กลุ่มอัลสตอมและมารูเบนีก็ชนะประมูลแน่นอน"
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเดือนธันวาคม 2562 อย่างไรก็ตามโครงการนี้ยังมีปัญหาถูกชาวบ้านคัดค้านโครงการอย่างหนัก รวมถึงโครงการยังไม่ผ่านการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ และรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ
ทั้งนี้ นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เผยว่า กฟผ.จะพิจารณาคุณสมบัติ รายละเอียดด้านเทคโนโลยีของทั้งกลุ่มภายในระยะเวลา 3 เดือน จากนั้นจะใช้เวลาอีก 1 เดือนในการพิจารณาด้านราคาในการคัดเลือกผู้ชนะการประมูลดังกล่าว