ชาวประมงพื้นบ้านชุมพรวอนคสช.ทบทวน"ม.44"

กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กเมืองชุมพรเดือดร้อนหนัก วอนรัฐบาลชะลอ-ทบทวนบังคับใช้ ม.44 คุมการทำประมง พร้อมจัดตั้งกองทุนช่วยชาวประมงปรับตัว แนะรับฟังเสียงของชาวบ้านในพื้นที่ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชุมพร ว่าเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2558 ที่ศาลาประชาคมหมู่ 2 ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กได้รวมตัวกันเพื่อร่วมกันหาแนวทางรับมือกรณีรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ควบคุมการทำประมงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 เป็นต้นไป ขณะที่ 3 สมาคมประมงพื้นบ้านคือ สมาคมชาวประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร สมาคมอวนซั้งและเรือร่วมปากน้ำชุมพร และสมาคมประมงปากน้ำชุมพร ก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการใช้ ม.44 เช่นกัน

นายเสือ ลำนำไทย ประธานโครงการเกษตรสีน้ำเงินภาคใต้และประมงชายฝั่งหาดทรายรี กล่าวว่า มาตรา 44 ที่จะบังคับใช้ในการประมงส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่ทำมาหากินในคลองและตามชายฝั่งที่มีอาชีพประมงเป็นหลักอย่างเดียวจึงขอความเห็นใจรัฐบาล 3 ข้อคือ 1.ขอให้ชะลอการบังคับใช้ ม.44 เกี่ยวกับการทำประมงไว้ก่อน 2.ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาทำประชาพิจารณ์รับฟังเสียงของชาวบ้านในพื้นที่ก่อน และ 3.จัดสรรงบประมาณมาใช้เป็นกองทุนช่วยชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก และหาแนวทางติดตั้งไมโครชิปที่เรือทุกลำ เพื่อตรวจสอบว่าเรือลำใดทำผิดกฎหมายอย่างไร

ประมงพื้นบ้านชุมพรอ่วม - เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กในจังหวัดชุมพรที่นั่งได้ 1-2 คน และแผ่นโฟมขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านใช้ออกไปจับกุ้ง หอย ปู ปลาตามชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านระบุว่ายังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมจากการบังคับใช้มาตรา 44

นางวรรณา แสงสว่าง ชาวประมงพื้นบ้านกล่าวว่า ชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กส่วนใหญ่มีฐานะยากจน แต่รัฐบาลกลับออกกฎหมายแล้วบังคับใช้ทันที ทำให้ทุกคนไม่สามารถเตรียมตัวได้ทัน บางวันก็มีการคุกคามกันเหมือนกองโจร นำเรือมาตระเวนเก็บเครื่องมือทำประมงไปต่อหน้าต่อตา แถมขู่ว่ามีโทษปรับตั้งแต่ 1-5 แสนบาทอีก ชาวประมงที่หาเช้ากินค่ำโดยเรือลำเล็ก ๆ นั่งได้แค่ 1-2 คน มีรายได้เดือนละไม่เกิน 10,000 บาทจะเอาเงินที่ไหนไปเสียค่าปรับ ทำไมจึงไม่ส่งคนลงมาดูวิถีชีวิตของชาวประมงก่อนว่าเป็นอยู่กันอย่างไร

"ขอเรียกร้องให้ยุติการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจับกันกลางทะเลแล้วประสานกับเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านก่อน แต่ถ้าให้หยุดทำประมงเลยรัฐบาลต้องเข้ามารับผิดชอบค่าเครื่องมือที่ยึดจากพวกเราไป แม้แต่บางคนที่ใช้แค่แผ่นโฟมขนาดใหญ่ออกไปจับกุ้ง หอย ปูปลา ตามชายฝั่ง ยังถูกไล่จับด้วย พวกตนเคยยื่นหนังสือถึงจังหวัดชุมพรแต่ก็ยังไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ จึงขอให้ คสช.ส่งเจ้าหน้าที่ลงมารับทราบปัญหาด้วย" นางวรรณากล่าว

ด้านนายธำรง พันธุ์เล็ก อดีตนายกสมาคมประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร กล่าวว่าชาวประมงไม่สามารถยอมรับมาตรา 44 ที่ออกมาได้ เช่น การห้ามเรือทำประมงในรัศมี 6 ไมล์ทะเล ทำให้เรือขนาดเล็กไม่สามารถออกไปไกลกว่า 6 ไมล์ทะเลได้ ส่วนเรืออวนลากกับเรืออวนดำที่มีอยู่มากก็ได้รับผลกระทบจากประกาศที่ออกมาว่าเรือทุกลำต้องออกจับปลาในวันที่1-3 วันที่11-13 และวันที่ 21-23 ของทุกเดือน เรือทุกลำจะต้องจอดเทียบท่าหมด ขณะที่เรือทุกลำต้องจ่ายเงินเดือนให้ลูกเรือทุกวัน หากรัฐบาลไม่ทบทวนเรื่องนี้จะมีเรือประมงพื้นบ้านในปากน้ำชุมพรกว่า 80% หรือไม่ต่ำกว่า 500 ลำที่ต้องจอดเทียบท่า ซึ่งลูกเรือประมงจะอยู่กันอย่างไร

นายโกศล กูรมะสุวรรณ เลขาธิการสมาคมชาวประมงร่วมใจปากน้ำชุมพร กล่าวว่า ศูนย์บัญชาการการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กำหนดค่าของ Maximum Sustainable Yield (MSY) หรือ จุดสูงสุดของการทำการประมงอย่างยั่งยืน และลดจำนวนวัน จำนวนเรือ และลดเครื่องมือจับปลา ยิ่งทำให้ชาวประมงพื้นบ้านเดือดร้อนมาก อีกทั้งค่า MSY ยังกำหนดให้ทำประมงได้ปีละ 275 วัน ทั้งที่จริง ๆ ทำประมงได้ไม่เกินปีละ 180 วันเท่านั้น เพราะช่วงมรสุมหรือช่วงประกาศปิดอ่าวก็ออกเรือไม่ได้ แถมยังให้หยุดประจำเดือนเดือนละ 5 วัน รวมเป็นปีละ 60 วันอีก อยากให้รัฐบาลคิดใหม่และฟังเสียงของชาวประมงที่แท้จริงด้วย

แหล่งข่าว: 
ประชาชาติธุรกิจ

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด