คมนาคมปรับแผน เล็งซื้อเมล์พลังงานไฟฟ้า 200 คัน จ่อชง ครม.เร็วๆ นี้

คมนาคมปรับแผน เตรียมซื้อรถเมล์พลังงานไฟฟ้า 200 คันเพิ่มให้ ขสมก. หลังผลการศึกษาชี้ ต้นทุนจัดซื้อลดลงเหลือคันละ 10 ล้าน เนื่องจากผลิตได้ในประเทศ ถูกกว่านำเข้า “ออมสิน” รับข้อเรียกร้องคนพิการ จัดรถชานต่ำ ยันไม่ละเลย...

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายคณะกรรมการและผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยมีตัวแทนจากเครือข่าย ”รถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนต้องขึ้นได้ทุกคัน” ซึ่งมีสมาชิกส่วนหนึ่งเป็นผู้พิการนั่งรถวิลแชร์ ยื่นหนังสือเรียกร้องขอให้การจัดซื้อรถเมล์ใหม่นอกเหนือ 489 คัน ที่ประกวดราคาไปแล้ว ต้องเป็นรถชานต่ำทั้งหมด ซึ่งได้มีการมอบหมายให้คณะกรรมการ ขสมก.รับไปพิจารณา

นายออมสิน เปิดเผยว่า การจัดหารถเมล์ใหม่เพิ่ม ล่าสุดได้หารือนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความเห็นร่วมกันว่าการจัดซื้อรถเมล์ใหม่พลังงานไฟฟ้าไม่ควรจัดซื้อครั้งละมากๆ เพื่อไม่ให้เป็นวงเงินสูงเกินไป มีความคล่องตัวในการจัดซื้อ และเห็นควรจัดซื้อครั้งละ 200 คัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะทำแผนประกวดราคาจัดซื้อรถและเสนอให้ ครม.พิจารณาเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่กระทรวงคมนาคม พิจารณาผลศึกษารถเมล์พลังงานไฟฟ้า หากนำเข้าทั้งคันจะมีมูลค่าคันละ 15 ล้านบาท แต่ผลการศึกษาปรากฏว่า มีเอกชนสามารถผลิตรถในประเทศทำให้ต้นทุนจัดซื้อลดลง เหลือคันละ 10 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบต้นทุนการใช้เชื้อเพลิงกับค่าบำรุงรักษาระยะยาวเห็นว่า ราคาดังกล่าวเป็นไปได้ที่จะจัดซื้อรถพลังงานไฟฟ้า ส่วนข้อเรียกร้องของผู้พิการที่ต้องการให้จัดซื้อรถเมล์ชานต่ำทั้งหมดนั้น ต้องพิจาณารายละเอียด ยืนยันว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมไม่ได้ละเลยทั้งรถเมล์และรถไฟโดยสาร ซึ่งได้มีการจัดทำพื้นราบ เพื่ออำนวยความสะดวกคนพิการแล้วส่วนหนึ่ง

พร้อมระบุ การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีที่ล่าช้า ได้ส่งผลกระทบทำให้ ขสมก.ไม่มีรถเมล์ใหม่ ทั้งที่มติ ครม.สั่งให้มีการจัดหารถเมล์ใหม่ตั้งแต่ปี 2548 โดยคาดหวังว่าการพิจารณาจะได้ข้อสรุป จัดซื้อและสามารถรับมอบรถเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทยได้.

แหล่งข่าว: 
ไทยรัฐ

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด