กก.ยุโรปยกชุดใหญ่ประเมินผลIUU เอกชนเชื่อมั่น"ทีมไทยแลนด์"ช่วยรอดบ่วงแบล็กลิสต์

ประเทศไทยมีโอกาสหลุดแบล็กลิสต์ "ใบเหลือง" การทำประมงผิดกฎหมาย กรรมาธิการยุโรปเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบซ้ำอีกรอบ 20 ตุลาฯนี้ ฟากสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปมั่นใจรัฐบาล แก้ไขปัญหา IUU สำเร็จ

ไม่รายงาน และไร้การควบคุม หรือไร้กฎระเบียบ IUU (Illegal, Unreported and Unregulated Finishing) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 จนกระทั่งบัดนี้ใกล้ครบระยะเวลาที่สหภาพยุโรปจะตัดสินใจแล้วว่า 1) จะให้ใบแดงหรือสั่งห้ามนำเข้าสินค้าประมงจากไทย หรือ 2) จะต่ออายุการให้ใบเหลืองต่อไปอีกหรือไม่ ภายในเดือนตุลาคมนี้

นาย วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดส่งทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคเข้ามาตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ที่ประเทศไทยดำเนินการตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากนั้นในวันที่ 20 ตุลาคมจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะกรรมาธิการยุโรปเข้ามาประเมินการทำงาน ของไทยอีกรอบหนึ่ง ก่อนประกาศสถานะของประเทศ ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถตอบได้ว่า "จะออกมาเป็นอย่างไร" สิ่งที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำได้ตอนนี้คือ ต้องเตรียมพร้อม เพื่อแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

สำหรับการดำเนินการของกรมประมงที่คณะกรรมาธิการยุโรป ต้องการก็คือ

1) เรื่องกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังดูอยู่ แต่แก้ไขไปค่อนข้างมากเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว 2) เอกสารเกี่ยวกับแผนบริหารจัดการประมง ซึ่งได้เคยให้สหภาพยุโรปพิจารณาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นสหภาพยุโรปได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งได้แก้ไขไปแล้ว รอเพียงคณะเทคนิคเข้ามาพิจารณากันอีกรอบ

3) แผนระดับชาติในการแก้ไขปัญหา IUU ในส่วนนี้ได้มีการจัดทำเป็นฉบับภาษาอังกฤษส่งไปแล้ว ซึ่งทางสหภาพยุโรปเห็นด้วยในแนวทางดังกล่าว และ 4) เรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ได้มีการดำเนินการในทุกจุด โดยสัปดาห์หน้าจะมีการหารือกันเรื่องนี้อีกครั้งเพื่อพิจารณาว่า ระบบของไทยเชื่อมโยงกันสมบูรณ์แล้วหรือยัง

"เราพยายามแก้ไขกันทุก ด้านเพื่อให้สอดรับกับการทำประมงที่ยั่งยืน ประเด็นไหนที่ยังไม่แก้ให้เป็นสากลก็เร่งแก้ให้เป็นสากล ส่วนกรณีเรื่องเรืออวนลาก ถือเป็นเรื่องภายในประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ไข"

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคเอกชนรู้สึกพอใจกับความพยายามในการแก้ปัญหา IUU ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและเชื่อว่าผลการทำงาน ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจะได้ผลเป็นที่พอใจของสหภาพยุโรป "ภาคเอกชนหวังว่า การประเมินผลของอียูหลังเดือนธันวาคมจะพอใจกับการจัดการปัญหา IUU ของประเทศไทย"

สอดคล้องกับนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความมั่นใจในการดำเนินการและแก้ไขปัญหา IUU ของรัฐบาล ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการทั้งเรื่องของการจัดระเบียบ กฎหมายควบคุม และแม้ว่าจะไม่สามารถบังคับใช้ได้ 100% เต็ม แต่รัฐบาลไทยก็ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไข ภาคเอกชนมั่นใจว่า คำตัดสินของสหภาพยุโรปในเดือนธันวาคมนั้น ประเทศไทยจะยังคงได้รับใบเหลืองหรือดีที่สุดคือประเทศไทยหลุดพ้นจากใบเหลืองหรือถูกจัดอันดับที่ดีขึ้น "เราจะไม่แย่ลงอย่างแน่นอน"

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า หลังจากที่สหภาพยุโรปพิจารณาให้ใบเหลืองประเทศไทยจากปัญหาการทำประมงที่ผิด กฎหมาย (IUU) เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2558 และให้เวลาไทย 6 เดือนแก้ไขปัญหา ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 22 ตุลาคม 2558 ทางคณะผู้แทนประเทศไทยนำโดยนายวีรชัย พลาดิศัย เอกอัครราชทูตประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม พร้อมคณะได้นำคณะพบคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อรายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2558

"วาระสำคัญที่สหภาพยุโรปต้องการให้ ไทยเร่งแก้ไข 4 เรื่อง คือ การยกร่าง พ.ร.บ.ประมง การกำหนดนโยบายการประมงอย่างยั่งยืน (Fishery Management Policy) การจัดทำแผนปฏิบัติการประมงแห่งชาติ (National Plan of Action) และการวางระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) "การหารือรอบล่าสุด ฝ่ายไทยและอียูมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้น่าจะเบาใจเรื่องนี้ได้"แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว: 
ประชาชาติธุรกิจ

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด