อินเตอร์เน็ตคือสนามต่อสู้ใหม่ ถ้ารัฐคุมได้อันตราย

วันที่ 4 ต.ค. นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) กล่าวในงานเสวนา "การสื่อสารในโลกโซเชียลมีเดีย ไอที ซิงเกิล เกตเวย์กลไกการควบคุมในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา" ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ตอนหนึ่งว่า

รัฐให้ความสำคัญกับอินเตอร์เน็ตมากขึ้นๆ หากดูพัฒนาการ สมัยก่อนรัฐจะส่งคนไปคุม หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ จนมาถึงบริษัทอินเตอร์เน็ตในยุคหลัง โดยในปี 2557 ก่อนการยึดอำนาจ 1-2 วัน ได้มีการเรียกผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตไปประชุมกับ กสทช. และได้มีประกาศคสช.ออกมา ตอกย้ำการให้ความสำคัญของรัฐมากขึ้น

สำหรับประเด็น Single Gateway ไม่ใช่ไอเดียใหม่ เพราะมีการเสนอโดยกระทรวงไอซีทีมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งหากนำมาใช้ จะทำให้เหลือเพียง 1 ประตู ข้อความอินเตอร์เน็ตจะถูกออกแบบให้ส่งคล้ายไปรษณียบัตร ที่เจ้าหน้าที่สามารถอ่านได้ จากที่เดิมอ่านได้เพียงผู้ส่งสารและผู้รับสารเท่านั้น ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหากเข้าอ่านก็จะไม่สามารถแปลเนื้อหาสารได้ เพราะจะขึ้นเป็นภาษาที่ไม่สามารถอ่านได้

รัฐจึงพยายามที่จะเป็นตัวกลางในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อปิดกั้นการเผยแพร่ การใช้ Single Gateway คือ หนึ่งในมาตรการควบคุมนั่นเอง ซึ่งการรวมข้อมูลไว้เพียงที่เดียว ตนเห็นว่าอันตราย ไม่มีการคานอำนาจ และอำนาจที่ไม่มีการตรวจสอบจะมีปัญหาแน่นอน

ในตอนหนึ่ง นายอาทิตย์ ยังได้ยกตัวอย่าง ของมวลชนที่สู้กับรัฐทางโซเชียลมีเดีย โดยในการปฏิวัติร่ม ที่ฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว ที่ผู้คัดค้านได้มีการทำอารยะขัดขืน ผ่านการนั่งขวางที่ทำการของรัฐ ซึ่ง 5 วันแรกของการชุมนุม มีการทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์กว่า 1.3 ล้านทวีต ที่เชื่อมการเคลื่อนไหวของคนทั่วโลก และเชื่อมด้วยภาษาจีน ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกับคนจีนโพ้นทะเล คนกดติดตามเพจนับแสนคน มีการแปลข้อความจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อส่งสารออกไปให้กว้างมากขึ้น ถือเป็นมิติของสื่อ ที่มีมิติของเทคโนโลยีและต้องดูผู้รับสารด้วย

ทั้งหมดนี้สะท้อนพื้นที่ทางสังคม ซึ่งอินเตอร์เน็ตถูกใช้งานมากกว่าเดิมจากเพียงแค่ใช้พูดคุยแบบเช่นในอดีต ถูกนำมาใช้ในการสื่อสารเพื่อบริหารจัดการการชุมนุม ในการแจ้งต่อผู้ชุมนุมและผู้ที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม

แหล่งข่าว: 
มติชนออนไลน์

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด