ทีดีอาร์ไอแนะทางออกรบ.แก้ปัญหาคนจน

ยึดหลักในหลวง-แถลง28ธ.ค."ศก.พอเพียง

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดไปจากประเทศไทยใน 3 ปีว่า ถ้าหากต้องการให้คนยากจนในประเทศหมดไปจนเหลือศูนย์ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลน่าจะสามารถทำได้คือ การลดคนจนในประเทศที่มีอยู่ประมาณ 4 ล้านคน ที่เป็นตัวเลขของสำนักงานสถิติเป็นผู้สำรวจให้เหลือจำนวนหนึ่งจากนั้นค่อยจัดทีมลงไปแก้ปัญหาให้โดยเฉพาะน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังมีปัญหาคนยากจนเช่นกัน

"ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจของประเทศมีอัตราการเจริญเติบโต 1.5% จะทำให้อัตราคนยากจนของประเทศลดได้ 2% หรือประมาณ 1.2 ล้านคนต่อปี ซึ่งตนเห็นว่ารัฐบาลต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้มากกว่านี้ ต้องดูว่าความยากจน ความไม่เท่าเทียมกันเกิดจากอะไร ไม่ใช่เอาแต่ใส่เงินลงไปในระบบให้กับประชาชน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ" ผอ.ทีดีอาร์ไอระบุ

นายสมชัยกล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2549 น่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 5% ใกล้เคียงกับการเติบโตในปี 2548 เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ราคาน้ำมัน ไม่น่าจะสูงถึง 80-100 เหรียญ อย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากการนำเข้าพลังงานลดลง และยังทำให้อัตราเงินเฟ้อในปี 2549 ไม่น่าจะเกิน 4% ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในรอบปีที่ผ่านมาที่ลดลงจากเหตุการณ์สึนามิน่าจะเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะทรงตัวต่อไป

รายงานข่าวจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)แจ้งว่า ในวันที่ 28 ธันวาคม 2548 ทีดีอาร์ไอจะจัดแถลงข่าวเรื่อง "นโยบายเศรษฐกิจมหภาคตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" โดยมีนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ ประธานทีดีอาร์ไอ เป็นผู้แถลง โดยทีดีอาร์ไอเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2548 ขยายตัวในระดับที่พอใช้ได้ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ และปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัจจัยเสี่ยงที่เกิดในปี 2548 น่าจะยังมีผลต่อเนื่องถึงปี 2549 พร้อมทั้ง มีปัจจัยเสี่ยงใหม่ๆ เช่น ความไม่สมดุลทางการค้าและการเงินของโลก และการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนก ที่จะเข้ามากระทบกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากความเสี่ยงและความผันผวนทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยควรจะบริหารเศรษฐกิจตามหลัก "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด