ซัดศก.เพื่อพวกพ้องฉุดไทยตกกระป๋อง

โพสต์ทูเดย์ ? ?สังศิต? ชี้ไทยตกอันดับเสรีภาพทางเศรษฐกิจ เพราะขาดหลักธรรมาภิบาล มี แต่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องเครือญาติ คอร์รัปชันมหาศาล แนะรัฐบาลเร่งแก้นโยบายมากกว่าแก้ตัว

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า การที่มูลนิธิเฮอริเทจ ฟาวน์เดชั่น ซึ่งเป็นองค์กรทางวิชาการของสหรัฐ และหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้จัดให้ไทยมีเสรีภาพ ทางเศรษฐกิจประจำปี 2006 ในลำดับที่ 71 จาก 157 ประเทศทั่วโลก ต่ำกว่าประเทศกัมพูชา และยังลดลงจากปีที่แล้วที่เคยอยู่อันดับ 53 นั้นสะท้อนให้เห็นว่า ระบบการเมืองที่ผ่านมาขาดเรื่องธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง การดำเนินนโยบายของรัฐบาลไม่มีความเป็นกลาง มีแต่เอาใจกลุ่มนักการเมืองหรือพวกพ้อง ทั้งที่รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีประชาสังคมที่เข้มแข็ง มีส่วนร่วมในทางการเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นจากผลการจัดอันดับทำให้เห็นว่า คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ว่าจะแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ภายใน 3-4 ปี ไม่เป็นความจริงและ มีความเป็นไปได้ยาก

?ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า นโยบายของ รัฐบาลไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะการใช้ระบบ การประมูลแบบอีออกชั่นเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันในการประมูล ผมคิดว่า อีออกชั่นยิ่งเป็นสิ่งที่ ทำให้การคอร์รัปชันขยายวงกว้างออกไปอีก นายกฯ ต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ เพราะไปเชื่อมั่นเทคโนโลยีมากกว่าเชื่อในตัวบุคคล? นายสังศิต กล่าว

นายสังศิต ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสร้างระบบราชการที่มีความเป็นมืออาชีพ กำหนดนโยบายที่มีความโปร่งใส ต้องควบคุมการทำธุรกิจไม่ให้มีการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องหรือเครือญาติ มิฉะนั้นจะนำไปสู่การคอร์รัปชันอย่างรุนแรงจนทำให้อันดับเศรษฐกิจของไทยตกต่ำลงอีก สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือ ต้องเรียกความเชื่อมั่นใน ประเทศให้กลับคืนมา โดยสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้น ไม่ใช่เน้นการสร้างภาพต่อประเทศต่างๆ เช่นทุกวันนี้

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ว.นครราชสีมา ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภา กล่าวว่า ความจริงตัวเลขการส่งออกของ ประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่รายได้เฉลี่ยของประชากรในประเทศกลับน้อยมาก โดยเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 600 บาท ต่ำกว่าค่าครองชีพในปัจจุบัน สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ตัวเลขการจัดอันดับของมูลนิธิเฮอริเทจนั้นตรงกันข้ามกับข้อมูลของสภาพัฒน์ที่สำรวจว่า คนจนในประเทศไทยลดลง

ส.ว.นครราชสีมา กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัว ในปัจจุบันคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรง จากการวิเคราะห์พบว่า ประชาชนบางรายเป็น ลูกจ้างแต่กลับมีเครดิตการ์ดถึงคนละ 30 ใบ มีการเปิดใบใหม่ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย นอกจากนี้ ยังสามารถกู้เงินได้ง่าย ทั้งหมดเป็นผลสืบเนื่อง มาจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่เร่ง ออกมาอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลพยายามเร่งการเจรจาเรื่องการจัดทำข้อตกลงเขตการค้า เสรี หรือ เอฟทีเอ ซึ่งทำให้ภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ฉะนั้นรัฐบาลต้องแก้โจทย์ เรื่องนี้ให้ได้ก่อน พร้อมกับนำคำวิจารณ์และ ข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วนไปปรับใช้ ไม่ใช่สร้างภาพว่า การทำเอฟทีเอทำให้ประเทศได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว

หมวดหมู่ของข่าว: 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด