26 มกราคม 2549 15:25 น.
?อภิสิทธิ์? ย้ำทำเอฟทีเอกับ ?สหรัฐ? ต้องโปร่งใส เตือน ?ทักษิณ? หากยึดประโยชน์ของคนไม่กี่กลุ่ม อาจไม่มีโอกาสใช้ชีวิตบั้นปลายในแผ่นดินไทย น่าตลกรัฐบาลตั้งกองทุน 300 ล้าน ช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่ ?อนุทิน? รับปาก ปกป้องสิทธิบัตรยา
ช่วงเช้า วันนี้(26 ม.ค.) พรรคชาติไทย เป็นเจ้าภาพ จัดเสวนาเวทีสาธารณะ เรื่อง ?เอฟทีเอ อเมริกา-ไทย ใครได้ใครเสีย? โดยมีหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน นักวิชาการ และภาครัฐบาล เข้าร่วมเสวนา ณ หอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
**ขาดดุลยับหลังเซ็น ?จีน-ออสซี่?
นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า การเซ็นสัญญาเอฟทีเอกับสหรัฐมีความสำคัญมาก แต่สหรัฐเป็นประเทศมหาอำนาจในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ หากเกิดพลาดพลั้งเสียหายจะอยู่ในความทรงจำพี่น้องประชาชนตลอดไป เพราะที่ผ่านมาจากการเจรจากับประเทศออสเตรเลียและจีน ล้วนแต่ทำให้ไทยขาดดุลการค้าทั้งสิ้น
?ก่อนการเจรจาปี 2545 ไทยได้ดุลการค้า 5 พันล้านบาท ปี 2546 ได้ดุลการค้า 2 หมื่นล้านบาท ปี 2547 ได้ดุลการค้า 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ภายหลังเปิดเขตการค้าเสรีแล้วทำให้ไทยขาดดุลในปีแรก(2548) ทันที 8 พันล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลได้ประเมินหรือไม่ว่าเสียหายตรงไหน? หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว
นายบรรหาร กล่าวด้วยว่า ในกรณีของประเทศจีนจากเดิมปี 2546 ไทยขาดดุลการค้า 1.5 หมื่นล้าน ปี 2547 ไทยขาดดุล 4.3 หมื่นล้าน แต่ภายหลังการเปิดเขตการค้าเสรีกับประเทศจีน ขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 7.7 หมื่นล้านบาท โดยปัญหาจากการเจรจาที่สำคัญคือข้อกำหนดทางการค้าของแต่ละมณฑลไม่เหมือนกัน รัฐบาลกลางไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงแต่ละมณฑลได้ ต่างจากประเทศไทยที่สินค้าจีนเข้ามาได้ทุกจังหวัด
**เตือนไม่มีแผ่นดินอยู่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเปิดเขตการค้าเสรี ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นไปของโลกได้ แต่การทำการค้าเสรีจะต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกภาคส่วนของสังคม แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยเปิดเวทีสาธารณะให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้แสดงความคิดเห็น
?การทำเอฟทีเอ มีทั้งได้และเสียประโยชน์ แต่รัฐบาลเลือกพูดแต่ด้านดี ไม่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนครบถ้วน ถ้าบอกว่าประเทศไทยได้ประโยชน์เพียงอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่าทั้ง 4 ประเทศที่เซ็นกับเราเขาคงโง่มาก? นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า ถ้าการเซ็นสัญญาไทยได้ประโยชน์ 1 พันล้านบาท แต่ตกอยู่ในกลุ่มธุรกิจไม่กี่กลุ่ม ในขณะที่เกษตรกรนับล้านรายต้องเสียหาย อย่างนี้ใช้ไม่ได้ การเปิดเขตการค้าไม่ใช่มิติทางการค้าอย่างเดียว แต่หมายถึงวิถีชีวิตของคนด้วย
?การสูญเสียวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำอะไรเพื่อชดเชยบ้าง รัฐบาลเพียงแต่ไปบอกให้เขาเลิก มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ ทราบมาว่ามีการตั้งกองทุน 300 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรทำโครงการเสนอขอความช่วยเหลือ ความจริงเป็นหน้าที่รัฐต้องไปช่วยเหลือไม่ใช่ให้ร้องขอ? นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ท่านนายกฯบอกว่าข้อมูลที่เจรจาเปิดเผยไม่ได้ แต่ที่น่าสังเกตทำไมสหรัฐเปิดเผยได้ เขาต้องนำเรื่องเข้าสภา แสดงว่าสหรัฐฉลาดในการใช้กระบวนการประชาธิปไตยในประเทศ โดยในการเจรจารอบต่อไป สหรัฐตั้งธงไว้ว่าหากไทยไม่ยอมเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จะล้มโต๊ะเจรจา เพราะอ้างตามสภาฯของเขา แต่รัฐบาลไทย กลับด่าคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แทนที่จะนำเอาเสียงทักท้วงจากคนในประเทศไปเป็นข้อต่อรอง
?ท่านนายกฯพูดว่าต่อสายคุยกับ จอร์จบุช ว่าหลังเจรจาต้องยิ้มได้ทั้งคู่ ตรงนี้ไม่เถียงว่าท่านสองคนยิ้มได้แน่ๆ และจะ win-win กันอยู่สองคน แต่ประชาชนทั้งประเทศไม่ win-win กับท่าน ซึ่งมั่นใจว่าหลายคนที่อยู่ในหอประชุมแห่งนี้ เกิดในประเทศและตั้งใจจะจบชีวิตบนแผ่นดินไทย ไม่มั่นใจว่าท่านนายกฯ จะมีโอกาสหรือไม่? หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน กล่าว
**?อนุทิน? สัญญาไม่เซ็นทรัพย์สินฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการเจรจากับสหรัฐในส่วนของสิทธิบัตรยา รัฐบาลมีจุดยืนยึดถือผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ไม่อิงกับผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแน่นอน
?ผมก็อยากอยู่ประเทศไทย อยากมีชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ในอนาคตไม่ต้องมารับภาระว่าเคยทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งจะทำให้ลูกหลานอยู่ได้ไม่อายใคร? นายอนุทิน กล่าว