นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงกรณีนายชัยอนันต์ สมุทวณิช ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ต่อ รมว.คลัง ว่า การลาออกของนายชัยอนันต์ครั้งนี้เป็นเรื่องของส่วนบุคคล ที่เป็นไปตามปกติ เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ กฟผ. ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่มีต่อแผนกระจายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวได้มีการชี้แจง ทำความเข้าใจแก่ นักลงทุนถึงนโยบายการดำเนินงานของ กฟผ.ที่ชัดเจนอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว สำหรับการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทนนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของบอร์ด กฟผ.โดยกระทรวงพลังงานคงไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้ เพราะขณะนี้ กฟผ.อยู่ในลักษณะของบริษัทมหาชน
นายไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กฟผ. กล่าวว่า การลาออกครั้งนี้จะ ไม่กระทบต่อการทำงานของ กฟผ.โดยระหว่างนี้บอร์ดที่เหลือจะเลือกผู้ที่จะเข้ามา ดำรงตำแหน่ง ประธานชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น ประกอบไปด้วยกระทรวงการคลังและพนักงาน กฟผ. เพื่อเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ด กฟผ.
สำหรับประเด็นที่นายชัยอนันต์ให้เหตุผลของการลาออกเนื่องจากเป็นห่วงว่า จะมีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในอนาคตเหมือนกรณีของบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นฯ นั้น นายไกรสีห์กล่าวว่า ตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า แม้กระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่รัฐบาลก็ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% จะกระจายหุ้นให้ประชาชน นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศ นอกจากนี้ ในสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติกำหนดเงื่อนไขว่า นักลงทุน 1 รายจะถือหุ้นได้ไม่เกิน 5% ดังนั้น นักลงทุนต่างชาติก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาเป็นกรรมการบริษัท โดยรวมแล้วต่างชาติจะไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือเข้ามาครอบงำกิจการได้แน่นอน
?การลาออกของนายชัยอนันต์เป็นเหตุผลส่วนตัวขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของท่านเองมากกว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณเรื่องนี้มาก่อน ส่วนที่ห่วงว่า กฟผ.จะเหมือนหุ้นชินฯ ที่ถูกต่างชาติเข้ามาซื้อ คงไม่เกิดขึ้นและการแต่งตั้งประธานบอร์ด กฟผ.ใหม่ คงเป็นไปตามระเบียบรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากคลังถือหุ้นเกือบ 100%?นายไกรสีห์ กล่าว
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะคณะกรรมการบอร์ด กฟผ. กล่าวว่า คณะกรรมการที่เหลือสามารถดำเนินงานทุกอย่างต่อไปได้ ส่วนความมั่นใจของนักลงทุนนั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเช่นกัน เพราะได้มีการวางนโยบายที่ชัดเจนของ กฟผ.ในการเดินหน้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ก็รอเพียงคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ นายชัยอนันต์ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธาน คณะกรรมการบริษัท กฟผ. ต่อ รมว.คลัง โดยให้ เหตุผลมาจากความไม่แน่ใจใน อนาคตของบริษัท กฟผ. เพราะเหตุการณ์การขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ได้สัมปทานจากรัฐให้บริษัทต่างชาติ เป็นเหตุให้เกิดความกังวลว่า ในอนาคตรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี จะดำเนินการอย่างเดียวกัน และไม่อยู่ในวิสัยที่ป้องกันได้ แม้จะเห็นด้วยกับการปรับปรุงรัฐวิสาหกิจและ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมถือหุ้นได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการใดๆอันจะนำ ไปสู่การเข้ามาครอบงำกิจการสาธารณูปโภคโดยทุนต่างชาติ
นายวิชิต หล่อจีระชุณห์กุล ประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าและบริการ (เอฟที) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ว่า ในวันนี้ (7 ก.พ.) จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯอีก เพื่อสรุปวิธีการคำนวณค่าเอฟที ก่อนเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า หรือเรคกูเรเตอร์ ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานพิจารณาในการประกาศค่าเอฟทีในวันที่ 9 ก.พ. เพื่อเรียกเก็บในบิลค่าไฟกับประชาชนในรอบเดือน ก.พ.-พ.ค.49 ต่อไป และจากวิธีการคำนวณที่ต่างกันระหว่างคณะอนุกรรมการกับ กฟผ.มีผลให้ค่าเอฟที ของ กฟผ. ต้องการให้เรียกเก็บสูงถึง 26 สตางค์ต่อหน่วย แต่ในส่วนตนต้องการให้ต่ำกว่า กฟผ.มากกว่า 10 สตางค์ หรือเพียง 16 สตางค์ต่อหน่วย จึงต้องให้ กฟผ.ไปใช้หลักการคำนวณมาใหม่ว่าแท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามจากเรคกูเรเตอร์ ที่มีนายวิชิตนั่งเป็น กรรมการอยู่ได้เห็นด้วยที่จะปรับการคำนวณใหม่คือ จากเดิมจะยึดสูตรการคิดค่าเอฟที โดยคิดจากราคาค่าเชื้อเพลิงล่วงหน้า โดยนำต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ ก.พ.-พ.ค.49 มาเป็นฐานการคำนวณ แต่ก็ให้ปรับมาเป็นการยึดราคาก๊าซในเดือนสุดท้ายของ รอบค่าไฟเดิมหรือค่าก๊าซใน ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค หลังจากก่อนหน้าที่การคำนวณออกมาเบื้องต้นว่าค่าเอฟที งวดนี้จะสูงถึง 32 สตางค์ต่อหน่วย แต่รัฐบาลมีนโยบายที่จะบีบให้เหลือไม่ถึง 20 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน